วารสารวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET <p>วารสารวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ได้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่บทความวิจัยคุณภาพสูงด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences) ในสาขาวิชา วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science), วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering), วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม (Environmental Science) และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง <br />โดยตีพิมพ์ 2 ฉบับ ต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน และ ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม</p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์</p> Jsetlru@lru.ac.th (ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติ ตันเมืองปัก) Pat.25894@gmail.com (นางสาวอัญชลีพร เนื่องมัจฉา) Tue, 10 Feb 2026 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 ไอมิ โรบอท: เพื่อนสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/258625 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ไอมิ โรบอท: เพื่อนสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ แบบการควบคุมระยะไกลแบบไร้สาย โดยมีกลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ วิทยาลัยการคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 10 คน ซึ่งถูกคัดเลือกแบบเจาะจงและเป็นผู้ที่สมัครใจที่จะใช้งาน ไอมิ โรบอท โดยมีเครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยได้แก่ ไอมิ โรบอท และการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานในแต่ละฟังก์ชัน รวมถึงแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้งาน ซึ่งเป็นแบบสอบถามเชิงปริมาณ ใช้วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จากผลการวิจัย พบว่า 1) ไอมิ โรบอท ประกอบไปด้วย 3 องค์ประกอบหลักสำคัญคือ (1) กล่องควบคุมระบบ ไอมิ โรบอท ทำหน้าที่ควบคุมและ สั่งการอุปกรณ์ภายในหุ่นยนต์ (2) แอปพลิเคชันที่ใช้ในการควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ผ่านสมาร์ตโฟนไร้สาย ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับความนิยมในการพัฒนาหุ่นยนต์เพื่อความสะดวกในการควบคุมและการเข้าถึงของผู้ใช้งาน (3) การทำงานของหุ่นยนต์มีการประยุกต์ใช้ร่วมกับอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) 2) ผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของหุ่นยนต์ โดยการประเมินรายฟังก์ชัน ได้แก่ การควบคุมการทำงาน การใช้งานไลฟ์สตรีม การตรวจจับสัตว์เลี้ยง พบว่ามีความถูกต้อง 98.75% ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยที่ระบุว่า การใช้เทคโนโลยี AI และการประมวลผลภาพสามารถเพิ่มความแม่นยำในการตรวจจับวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพและ 3) ผลการสอบถามความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างที่ทดลองใช้หุ่นยนต์ที่อยู่ในระดับมาก</p> พรทิตา รูปจันทร์, ผกามาศ มุ้งเป้า, สาธิต กระเวนกิจ, จักรชัย โสอินทร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Loei Rajabhat University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/258625 Tue, 10 Feb 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาและประเมินโมชันอินโฟกราฟิก เพื่อสร้างความเข้าใจ เรื่องโรคเบาหวานระยะสงบ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/259827 <p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงเพื่อ 1) พัฒนาสื่อโมชันอินโฟกราฟิกเพื่อให้ความรู้เรื่องเบาหวานระยะสงบ 2) ประเมินคุณภาพต่อสื่อโมชันอินโฟกราฟิกเพื่อให้ความรู้เรื่องเบาหวานระยะสงบ 3) ประเมินความพึงพอใจต่อสื่อโมชัน อินโฟกราฟิกเพื่อให้ความรู้เรื่องเบาหวานระยะสงบ ดำเนินการสร้างตามขั้นตอนการผลิตสื่อแอนิเมชัน 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นตอนก่อนผลิต (Pre-Production) 2) ขั้นตอนดำเนินการผลิต (Production) และ 3) ขั้นตอนหลังการผลิต (Post-Production) กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และกลุ่มตัวอย่างผู้รับชมสื่อแอนิเมชัน จำนวน 30 คน โดยวิธีการสุ่มแบบบังเอิญ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) สื่อโมชันอินโฟกราฟิกเพื่อให้ความรู้เรื่องเบาหวาน ระยะสงบ 2) แบบประเมินคุณภาพของสื่อโมชันอินโฟกราฟิก 3) แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อสื่อโมชันอินโฟกราฟิก และวิเคราะห์ด้วยค่าสถิติค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สื่อโมชันอินโฟกราฟิกเพื่อให้ความรู้ เรื่องเบาหวานระยะสงบ มีความถูกต้องของข้อมูล และมีการดำเนินเรื่องตรงกับลำดับเนื้อเรื่องตามบทภาพที่วางไว้ โดยมีระยะเวลาในการนำเสนอ 3.59 นาที 2) การประเมินคุณภาพจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับดี (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\large&amp;space;\bg{black}\bar{x}" alt="equation" />= 4.30, SD = 0.54) และผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มผู้รับชมสื่อโมชันอินโฟกราฟิก ความพึงพอใจอยู่ใน ระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\large&amp;space;\bg{black}\bar{x}" alt="equation" />= 4.56, SD = 0.55) สรุปได้ว่า สื่อโมชันอินโฟกราฟิกเพื่อให้ความรู้เรื่องเบาหวานระยะสงบ เป็นเครื่องมือ ที่ให้ความรู้ และสามารถใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ในช่องทางดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างกว้างขวาง อีกทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพ และลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานในอนาคต</p> กิติพิเชษฐ์ ธูปบูชา, ไชยวัฒน์ เอี่ยมกระจ่าง, สุรพงษ์ วิริยะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Loei Rajabhat University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/259827 Wed, 11 Mar 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาระบบบริหารจัดการห้องอาหารบัวขาว ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/260834 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการห้องอาหารบัวขาว ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้มีประสิทธิภาพ และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบ ระบบเดิมของห้องอาหารใช้วิธีการสั่งอาหารผ่านพนักงานหรือโทรศัพท์ ทำให้เกิดความล่าช้า ความผิดพลาดในการสื่อสาร และขาดข้อมูลที่เป็นระบบสำหรับการบริหารจัดการ จึงได้พัฒนาระบบโดยดำเนินการตามวงจรการพัฒนาระบบแบบ SDLC ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ <br />1) การวางแผนโครงการ 2) การวิเคราะห์ระบบ 3) การออกแบบ 4) การนำไปใช้ และ 5) การบำรุงรักษาระบบ ระบบถูกพัฒนาขึ้นโดยใช้ PHP และ jQuery ร่วมกับ MySQL กลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่หัวหน้างาน และพนักงานบริการห้องอาหารบัวขาวจำนวน 5 คน และกลุ่มที่ 2 ลูกค้าหรือผู้ที่เคยใช้บริการห้องอาหารบัวขาว จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินประสิทธิภาพระบบ และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่าระบบที่พัฒนามีการกำหนดบทบาทของผู้ใช้งานหลักออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ ลูกค้า พนักงานรับออเดอร์ พนักงานครัว และผู้จัดการ ลูกค้าสามารถสั่งอาหารและชำระเงินผ่านระบบ ลดเวลารอคอย พนักงานสามารถจัดการข้อมูลอาหาร ข้อมูลการชำระเงิน ทั้งยังสามารถจัดเก็บข้อมูลการขาย และสรุปรายงาน ระบบช่วยสร้างความสะดวกในการบริการลูกค้า ลดปัญหาข้อผิดพลาดในการสั่งอาหาร ผลการประเมินประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\large&amp;space;\bar{x}" alt="equation" />= 4.42, SD=0.64) และผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับดี (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\large&amp;space;\bar{x}" alt="equation" />= 4.59, SD=0.54)</p> ณัฐรดี อนุพงค์, ดาวรถา วีระพันธ์, นวรัตน์ อาสนะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Loei Rajabhat University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/260834 Wed, 18 Mar 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาเครื่องอบแห้งสับปะรดท่าอุเทนด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับรังสีอินฟราเรดที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ด้วยระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/259212 <p>งานวิจัยนี้ได้ประเมินสมรรถนะของเครื่องอบแห้งสับปะรดท่าอุเทนแบบผสมผสานพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับรังสีอินฟราเรดที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ด้วยระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (SD-IR-IoT) และเปรียบเทียบกับ ระบบ SD-IoT และเครื่องอบแห้งแบบดั้งเดิม(TSD) การทดลองดำเนินการภายใต้สภาวะแวดล้อมเดียวกันระหว่างเวลา 09:00–17:00 น. โดยใช้หลอดอินฟราเรดกำลัง 200 วัตต์ ควบคุมอุณหภูมิในช่วง 50–70°C และควบคุมพัดลมระบายอากาศให้อยู่ในช่วงความชื้นสัมพัทธ์ 30–50% ผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า SD-IR-IoT สามารถรักษาอุณหภูมิภายในห้องอบแห้งสูงกว่าระบบอื่น 5–45% และลดความชื้นสัมพัทธ์เฉลี่ยลงได้ 10–30% ส่งผลให้ค่าสัดส่วนความชื้นลดลงจาก 1.0 เหลือประมาณ 0.15 ภายใน 8 ชั่วโมง ขณะที่ SD-IoT และ TSD ลดลง 0.35 และ 0.50 ตามลำดับ อัตราการอบแห้งของ SD-IR-IoT อยู่ในช่วง 0.4–0.8 กรัม/นาที ซึ่งสูงกว่าและมีความสม่ำเสมอกว่าระบบอื่นอย่างชัดเจน การวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์พบว่าระบบมีระยะเวลาคืนทุนเพียง 0.36 ปี ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการพลังงานแสงอาทิตย์รังสีอินฟราเรด และการควบคุมแบบเรียลไทม์ด้วย IoT สามารถเพิ่มเสถียรภาพอุณหภูมิ เร่งอัตราการอบแห้ง และมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ เหมาะสำหรับการประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนและเกษตรกรรายย่อย</p> ทรงพล วิจารณ์จักร, อำไพศักดิ์ ทีบุญมา, อภินันต์ นามเขต, ทรงสุภา พุ่มชุมพล , อธิวัฒน์ สารโพคา, กานต์ กอมณี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Loei Rajabhat University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/259212 Wed, 18 Mar 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ลำไยอบแห้งสีทองในจังหวัดเลย https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/258659 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ลำไยอบแห้งสีทองจังหวัดเลย โดยศึกษาผลของอุณหภูมิการลวกและความเข้มข้นของสารละลายโพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟต์ต่อสมบัติทางกายภาพ และเคมีของเนื้อลำไยสดโดยลวกที่อุณหภูมิ 70 80 และ 90°C และแช่สารละลายโพแทสเซียมเมตาไบซัลไฟต์ (KMS) ที่ความเข้มข้น 500 1,000 และ 1,500 ppm พบว่า การลวกที่ 80°C และแช่ในสารละลาย KMS 500 ppm มีค่าสี L* สูงสุด ค่าดัชนีการเกิดสีน้ำตาลต่ำสุด ความเป็นกรด-ด่าง 6.46 ปริมาณซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้าง 12.07 ppm แล้วนำมาอบแห้งจนมีความชื้นสุดท้าย 18% พบว่าการอบแห้งที่อุณหภูมิแบบขั้นเดียว 60 70 และ 80°C ใช้เวลาอบแห้ง รวม 360 330 300 นาทีตามลำดับ ส่วนการอบแห้งที่อุณหภูมิแบบหลายขั้นมี 3 แบบคือ 1) ใช้อุณหภูมิอบช่วงแรก 60°C และช่วงที่สอง 70°C และกำหนดเวลาอบช่วงแรก 2 ระดับคือ 60 และ 120 นาที ใช้เวลาอบแห้งรวม 330 และ 300 นาทีตามลำดับ 2) ใช้อุณหภูมิอบช่วงแรก 70°C และช่วงที่สอง 60°C และกำหนดเวลาอบช่วงแรก 2 ระดับคือ 60 และ 120 นาที ใช้เวลาอบแห้งรวม 300 และ 270 นาที ตามลำดับ 3) ใช้อุณหภูมิอบช่วงแรก 80°C และช่วงที่สอง 70°C และกำหนดเวลาอบในช่วงแรก 2 ระดับคือ 60 และ 120 นาที ใช้เวลาอบแห้งรวม 270 และ 240 นาที ตามลำดับ และทำการทดสอบประสาทสัมผัสพบว่า เนื้อสัมผัส สี รสชาติ ความชอบโดยรวม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ยกเว้นกลิ่น และเมื่อพิจารณาคะแนนความชอบเฉลี่ยพบว่า ลำไยอบแห้งที่ใช้อุณหภูมิในการอบแห้งในช่วงแรก 80°C 60 นาที และช่วงที่สอง 70°C มีคะแนนความชอบเฉลี่ยสูงที่สุดในด้านสี กลิ่น รสชาติ และความชอบโดยรวม ยกเว้นด้านเนื้อสัมผัส มีคะแนนความชอบเฉลี่ยเป็นอันดับที่สองรองจากลำไยอบแห้งที่ใช้อุณหภูมิในการอบแห้งในช่วงแรก 70°C 60 นาที และช่วงที่สอง 60°C</p> จุไรรัตน์ อาจแก้ว, โสภา ธงศิลา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 Loei Rajabhat University https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSET/article/view/258659 Fri, 20 Mar 2026 00:00:00 +0700