SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU <p><em><strong>ISSN : 2428-252X</strong></em></p> <p>เป็นวารสารวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ประกอบไปด้วยสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ ที่ต้องการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ การดำเนินการงานวิจัยและวิชาการ รวมทั้งเป็นช่องทางการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทความวิจัยและวิชาการของบุคลากร นักวิชาการจากสถาบันอุดมศึกษา องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน</p> <p>โดยมีกำหนดออกปีละ 2 ฉบับ คือ&nbsp;มกราคม - มิถุนายน และกรกฎาคม - ธันวาคม&nbsp; ของทุกปี</p> Science Center, Faculty of Science and Technology, Nakhon Sawan Rajabhat University en-US SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL 2408-252X เครื่องดื่มผงเพื่อสุขภาพจากข้าวเหนียวลืมผัวและไหมข้าวโพดสีม่วง https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/244794 <p>ข้าวและข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย ในข้าวและข้าวโพดที่มีสีบางสายพันธุ์ เช่นข้าวเหนียวลืมผัว ข้าวโพดสีม่วงเป็นแหล่งของสารต้านอนุมูลอิสระและสารแอนโทไซยานิน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผงเพื่อสุขภาพจากข้าวเหนียวลืมผัวและไหมข้าวโพดสีม่วง โดยศึกษาอัตราส่วนของข้าวเหนียวลืมผัวต่อไหมข้าวโพดสีม่วง และปริมาณของมอลโทเด็กซ์ทรินในการทำแห้งแบบพ่นฝอย พบว่าอัตราส่วนระหว่างข้าวเหนียวลืมผัวต่อไหมข้าวโพดสีม่วงที่ 85:15 สารสกัดที่ได้มีปริมาณแอนโทไซยานิน 11.53 mg/L และมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระ (DPPH) มากที่สุดเท่ากับ 84.99% ในการศึกษาปริมาณของมอลโทเด็กซ์ทริน 5, 15 และ 25%w/w ในการทำแห้งแบบพ่นฝอย พบว่า ความชื้นและค่า Water activity ของเครื่องดื่มผงมีค่าลดลงเมื่อใช้มอลโทเด็กซ์ทรินในปริมาณเพิ่มขึ้น เครื่องดื่มผงที่ใช้มอลโทเด็กซ์ทริน 5%w/w มีปริมาณแอนโทไซยานินสูงที่สุดเท่ากับ 8.27 mg/L และมีค่าความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงสุดเท่ากับ 70.64% ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มผงจากข้าวเหนียวลืมผัวและไหมข้าวโพดสีม่วงที่พัฒนาจากงานวิจัยนี้นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแล้วยังช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและสร้างความมั่นคงทางอาหารได้</p> <p> </p> apirada phonpannawit Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-08-05 2022-08-05 14 20 1 14 Colorimetric Assay Based on Green Analytical Method for Determination of Acetic Acid Using Red Cabbage (Brassica oleraceae L. var.) as a Natural Reagent https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/245056 <p>A green portable micro-scale colorimetric technique was developed for acetic acid determination. This system is controlled via an application on mobile phone. Furthermore, red cabbage (<em>Brassica oleraceae</em> <em>L</em>. <em>var</em>.) extracts were used as an alternative natural reagent for the quantification of acetic acid. The purple color of cyanidin contained in the red cabbage extracts reacted with acetic acid to produce a magenta color substance and showed maximum absorption wavelength at 525 nm. The various parameters for optimum condition were investigated. Under the suitable condition, a linear calibration graph in the range of 1.00-5.00 %w/v acetic acid (y = 0.063x + 0.142, R<sup>2</sup> = 0.9777) was obtained with LOD and LOQ of 0.03 and 0.20 %w/v, respectively. The tests were produced 6 times (<em>n = 6</em>) to ensure the precision of the proposed technique, and showed 3.4, 2.2, and 1.0 %RSD for 1.00, 3.00, and 5.00 %w/v of acetic acid, respectively. The proposed method was successfully applied to determine acetic acid in vinegar samples. The results agreed well with the standard method with a non-significant difference at 95% confidence interval. The proposed method presented many advantages such as using a cost-effective and environmental friendly analysis system, less toxic and producing less waste.</p> Yaowalak Khanhuathon Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-08-05 2022-08-05 14 20 15 29 การศึกษาแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับเมือง กรณีศึกษา: เทศบาลเมืองพะเยา https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/245410 <p>งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกระดับเมืองกรณีศึกษา เทศบาลเมืองพะเยา โดยมีการนำข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของเทศบาลเมืองพะเยาที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2561 ทำการวิเคราะห์เพื่อเสนอแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างมีเป้าหมาย เนื่องจากหากไม่มีการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น ภายในปี พ.ศ.2573 เทศบาลเมืองพะเยาจะมีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 54,257.60 tCO<sub>2</sub>eq จึงได้ทำการศึกษาแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับเทศบาลเมืองพะเยาจำนวน 4 แนวทาง ได้แก่ มาตรการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (PV) การสร้างโรงคัดแยกขยะ การผลิตเชื้อเพลิงขยะ (RDF) และการจัดการขยะแบบฝังกลบ Semi aerobic landfill พบว่า จะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะเกิดขึ้นในปี 2573 ลงได้เท่ากับ 4,282.91 tCO<sub>2</sub>eq คิดเป็นร้อยละ 18.51 นอกจากนี้หากเริ่มการดำเนินการทั้ง 4 มาตรการตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 พบว่ามาตรการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยการผลิตเชื้อเพลิงขยะมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากที่สุด รองลงมาเป็นมาตรการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การสร้างโรงคัดแยกขยะ และการฝังกลบขยะแบบ Semi aerobic landfill ตามลำดับ</p> Amnaj Vichai Surat Sedpho Karun Chaivanich Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-08-05 2022-08-05 14 20 30 44 การประยุกต์ใช้ระบบลีนของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/244476 <p>การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประยุกต์การผลิตแบบลีนในการลดความสูญเปล่าสำหรับการผลิตกล้วยฉาบ ด้วยเครื่องมือสายธารแห่งคุณค่าวิเคราะห์ความสูญเปล่า และออกแบบแนวทางปรับปรุงด้วยเครื่องมือ ECRS เพื่อลดความสูญเปล่าที่เกิดขึ้น และปรับปรุงวิธีการทำงาน ซึ่งจากการศึกษาพบว่ากระบวนการผลิตเป็นการผลิตแบบไม่ต่อเนื่อง ต้องทำเสร็จสิ้นทีละขั้นตอนก่อนที่จะเริ่มขั้นตอนต่อไป จากการวิเคราะห์ขั้นตอน 8 ขั้นตอนแล้วพบว่ามีกิจกรรมที่ไม่เพิ่มคุณค่า และกิจกรรมที่ไม่เพิ่มคุณค่าแต่จำเป็นต้องมี แอบแฝงอยู่ในกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ 5 ขั้นตอน โดยทั้งหมดเป็นความสูญเปล่าด้านการรอคอย ทางทีมผู้วิจัยจึงทำการปรับปรุงโดยเปลี่ยนลำดับขั้นตอนการทำงาน เปลี่ยนอุปกรณ์การสไลด์กล้วย และขั้นตอนที่สามารถเริ่มกิจกรรมได้โดยไม่ต้องรอคอย หลังจากปรับปรุงตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้วพบว่าสามารถกำจัดกิจกรรมการรอคอยร้อยละ 94.98 ทำให้ระยะเวลาในการทำงานลดลงร้อยละ 44.18 และจำนวนพนักงานลดลงจากเดิมร้อยละ 50 ซึ่งทำให้กระบวนการผลิตเปลี่ยนไปเป็นกระบวนการผลิตแบบต่อเนื่อง ทำให้ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 45.21 แต่อย่างไรก็ตามบางขั้นตอนต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางซึ่งต้องได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาต่อไป</p> กรรณิการ์ มิ่งเมือง Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-02 2022-09-02 14 20 45 56 Effect of K+ Potential and Nuclear Equation of State on the Invariant Cross-Section of K+ Production in Nucleus-Nucleus Collisions https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/245817 <p>This work examines and concentrates on the effect of <em>K<sup>+</sup></em> potential and nuclear equation of state on the invariant cross-section of <em>K<sup>+</sup></em> production in nucleus-nucleus collisions. The invariant cross-section of <em>K<sup>+</sup></em> production as a function of kinetic energy in heavy-ion collisions at incident energy 0.8 and 1.0 A GeV (GeV/Nucleon) in <sup>12</sup>C + <sup>12</sup>C collisions with impact parameter between 3.70 and 5.73 fm by using the quantum molecular dynamics model (QMD) is studied. The calculations energized with and without the Brown-Rho parameters (<em>K<sup>+</sup>N</em> potential) as well as the soft and hard equation of state (soft and hard EOS). In addition, the invariant cross-section of <em>K<sup>+</sup></em> production as a function of kinetic energy is computed and compared with KaoS experiments. The results show that <em>K<sup>+</sup></em> production is measured by utilizing the QMD model with a soft EoS, which similar to a hard EoS. The theoretical calculations with soft and hard EoS while expanding the <em>K<sup>+</sup>N</em> potential tend to be consistent with the KaoS experiments, Consequently, this work refers that the invariant cross-section of <em>K<sup>+</sup></em> production in heavy-ion collision at intermediate is sensitive observable to probe the nuclear equation of state in dense nuclear matter.</p> Panadda Sittiketkorn Phacharatouch Chaimongkon Kristiya Tomuang Pornrad Srisawad Nutkamol Suwannasri Patcharapan Thongkum Oraorn Kaewchot Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-02 2022-09-02 14 20 57 68 การพัฒนาระบบฐานข้อมูลภูมิสารสนเทศออนไลน์เพื่อการบริหารจัดการน้ำเขตพื้นที่ภัยแล้งในจังหวัดบุรีรัมย์ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/246192 <p>จังหวัดบุรีรัมย์ประสบปัญหาภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน<em>ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำ</em> ในสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลง จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้นทำให้การบริหารจัดการน้ำในหลายพื้นที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ บททความนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสำรวจแหล่งน้ำต้นทุน ความต้องการใช้น้ำอุปโภค บริโภคและการเกษตร จัดทำฐานข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันเพื่อเผยแพร่ข้อมูลการใช้น้ำ พื้นที่ตำบลมะเฟือง อำเภอพุทไธสง ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน ตำบลโคกเหล็ก อำเภอห้วยราชและตำบลเมืองฝาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างจำนวน 61 คน ประกอบด้วย กรรมการกลุ่มบริหารจัดการบริหารจัดการน้ำระดับตำบล สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์ และสถานีพัฒนาที่ดินบุรีรัมย์ การพัฒนาระบบโดยแนวคิด<strong>วงจรการพัฒนาระบบ </strong>วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาความต้องการ 2) จัดทำฐานข้อมูลการใช้น้ำระดับตำบล 3) การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน 4) การทดลองประเมินประสิทธิภาพและความพึงพอใจผู้ใช้ระบบ ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนาระบบฐานข้อมูลประกอบไปด้วย 16 ตาราง ได้แก่ คำแนะนำ หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ข้อมูลติดต่อ ประเภทปศุสัตว์ จำนวนปศุสัตว์ ครัวเรือน ปริมาณพืช ประเภทพืช ระบบสมาชิก แหล่งน้ำ ประเภทแหล่งน้ำ เจ้าของแหล่งน้ำและผู้ใช้แหล่งน้ำ ระบบภูมิสารสนเทศออนไลน์เพื่อการบริหารจัดการน้ำเขตพื้นที่ภัยแล้งประกอบด้วย 10 ส่วน ได้แก่ หน้าหลัก หมวดหมู่สัตว์ หมวดหมู่พื้นที่การเกษตร การจัดการแหล่งน้ำ การจัดการข้อมูลสมาชิก การจัดการหมู่บ้าน การบันทึกข้อมูล รายงาน คำแนะนำ และการติดต่อเจ้าหน้าที่ และการนำเข้าข้อมูลความต้องการใช้น้ำ ทั้งหมด 37 ชุมชน 2,714 ครัวเรือน ผลการประเมินประสิทธิภาพระบบภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก (=4.70) ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ระบบในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= 4.76)</p> natthawut Tananthaisong Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-02 2022-09-02 14 20 69 81 การทดลองเปรียบเทียบอัตราการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าในโรงเรือนเห็ด ที่มีถ่านกัมมันต์และโรงเรือนเห็ดแบบปกติ โดยใช้เครื่องมือติดตาม วัดค่าอุณหภูมิและความชื้นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/246332 <p>งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบค่าอุณภมิและความชื้นอากาศระหว่างระบบปลูกเห็ดนางฟ้าในโรงเรือนที่มีถ่านกัมมันต์และโรงเรือนแบบปกติ และเพื่อศึกษาเปรียบเทียบความสัมพันธ์ของอุณหภูมิ ความชื้นอากาศ และอัตราการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้าระหว่างระบบปลูกในโรงเรือนเห็ดนางฟ้าที่มีถ่านกัมมันต์และโรงเรือนเห็ดนางฟ้าแบบปกติ การวิจัยครั้งนี้ได้ใช้เครื่องมือติดตามวัดค่าวัดอุณหภูมิและความชื้นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งที่สร้างขึ้น 3 ชุด โดยติดตั้งในโรงเรือนเพาะเห็ด 2 ชุด และภายนอกโรงเรือน 1 ชุด วิธีการวิจัยนี้เป็นแบบทดลอง โดยใช้ก้อนเห็ดในการทำลองทั้งหมด 60 ก้อน แบ่งเป็นโรงเรือนละ 30 ก้อน และนำดอกเห็ดนางฟ้ามาบันทึกผลเฉพาะดอกที่มีความกว้างตั้งแต่ 3.6 เซนติเมตรขึ้นไป เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ เครื่องติดตามวัดค่าอุณหภูมิและความชื้นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เพื่อหาระดับความเชื่อมั่นของเครื่องมือ และทดสอบสมมติฐานใช้ t<strong>-</strong>test ทดสอบ ผลการหาระดับความเชื่อมั่นของเครื่องมือเท่ากับ 95% ผลการศึกษาพบว่า อัตราการงอกของเห็ดนางฟ้าในโรงเรือนเพาะเห็ดที่มีถ่านกัมมันต์และโรงเรือนเพาะเห็ดแบบปกติโดยวัดจากความกว้างของดอกเห็ดปรากฎผลว่า วันที่ 1 มีขนาดความกว้าง 6.04 และ 4.61 เซนติเมตร วันที่ 2 มีขนาดความกว้าง 7.04 และ 5.67 เซนติเมตร วันที่ 3 มีขนาดความกว้าง 8.53 และ 6.76 เซนติเมตร วันที่ 4 มีขนาดความกว้าง 8.91 และ 7.29 เซนติเมตร และ วันที่ 5 มีขนาดความกว้าง 11.37 และ 8.54 เซนติเมตร ตามลำดับ อัตราการงอกของเห็ดนางฟ้าเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ของการงอกจะได้ 27%, 22%, 23%, 20% และ 18% ตามลำดับ และในการทดสอบสมมติฐานทั้งสองพบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ<strong> .</strong>05 แสดงให้เห็นว่าโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าที่มีถ่านกัมมันต์มีอัตราการงอกของเห็ดนางฟ้าดีกว่าโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้าแบบปกติ</p> Komgricht Onprasonk ไพฑูรย์ ทิพย์สันเทียะ Kasemsak Thongtan Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-05 2022-09-05 14 20 82 96 การพัฒนาระบบให้อาหารปลาตามน้ำหนักอาหารแบบสมาร์ทฟาร์ม https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/246377 <p>ปัญหาการขาดแคลนแรงงงานภาคเกษตรจำเป็นต้องใช้แรงงานผู้สูงอายุ เด็กและแรงงานต่างด้าวมากขึ้น พื้นที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงปลาทับทิมในกระชัง หมู่บ้านปากโทก ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน โดยที่เกษตรกรส่วนใหญ่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป ปลาทับทิมจะกินอาหาร วันละ 2-3 ครั้งและไม่สามารถให้จำนวนมากในครั้งเดียวได้ การให้อาหารปลาทับทิมควรให้ 3-7% ของน้ำหนักตัว หากให้มากกว่านั้นจะเกินความจำเป็น และมีผลถึงต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงมากขึ้นไปด้วย เครื่องให้อาหารปลาเชิงพาณิชย์ที่พบเห็นตามท้องตลาดมักจะมีราคาสูงมาก แต่สามารถบรรจุอาหารได้ปริมาณน้อย การให้อาหารด้วยเครื่องจะให้ตามเวลาต้องคำนวณระยะเวลาในการให้โดยไม่ทราบถึงปริมาณในการให้อาหารที่เหมาะสม ทีมวิจัยจึงมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาระบบให้อาหารปลาตามน้ำหนักอาหารแบบสมาร์ทฟาร์ม แบบใช้ต้นทุนต่ำในการผลิตและให้ตามน้ำหนักของอาหารโดยสั่งผ่านสมาร์ทโฟน ตามแนวคิดของ Dennis ได้แบ่งวิธีวิจัยเป็น 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน การวิเคราะห์ การออกแบบ และการนำไปใช้ โดยใช้เทคนิคอินเทอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง ด้วย บอร์ด ESP8266 Arduino ภาษา PHP และ MariaDB ซึ่งเครื่องให้อาหารปลาสามารถให้อาหารได้ตามน้ำหนักอาหาร สามารถตั้งเวลาให้อาหารได้ 3 ครั้งต่อวัน และปล่อยอาหาร 1 กิโลกรัมต่อนาที ประสิทธิภาพของระบบอยู่ในระดับมาก (Mean = 4.16, S.D. = 0.68) เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านการประมงและเพื่อทดแทนการใช้แรงงานคน สามารถนำไปใช้ ประโยชน์ในด้านการเลี้ยงปลาได้</p> Panisara Hadkhuntod Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-05 2022-09-05 14 20 97 111 Regularity of Variants of Semigroups of Full Transformations with Restriction on Fixed set is Bijective https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/246699 <p>The variant of a semigroup <img title="S" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?S" /> with respect to an element a <img title="a \in S" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?a&amp;space;\in&amp;space;S" />, is the semigroup with underlying set <img title="S" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?S" /> and a new operation <img title="*" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?*" /> defined by <img title="x*y=xay" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x*y=xay" /> for <img title="x.y \in S" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x.y&amp;space;\in&amp;space;S" />. Let <img title="T(X)" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?T(X)" /> be the full transformation semigroup of the nonempty set and let </p> <p><img title="PG_Y (X) = \{ \alpha \in T(X) : \alpha|_Y \in G(Y)\}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?PG_Y&amp;space;(X)&amp;space;=&amp;space;\{&amp;space;\alpha&amp;space;\in&amp;space;T(X)&amp;space;:&amp;space;\alpha|_Y&amp;space;\in&amp;space;G(Y)\}" /></p> <p>where <img title="Y \subseteq X" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?Y&amp;space;\subseteq&amp;space;X" /> and <img title="G(Y)" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?G(Y)" /> is the permutation group on <img title="Y" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?Y" />. In this paper, we investigate regular, left regular and right regular elements for the variant of the semigroup <img title="PG_Y (X)" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?PG_Y&amp;space;(X)" />.</p> ดร.นเรศ สวัสดิ์รักษา Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-05 2022-09-05 14 20 112 117 ผลเฉลยของสมการไดโอแฟนไทน์ 1^2/x_1+2^2/x_2+3^2/x_3+...+k^2/x_k = 1 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/JSTNSRU/article/view/245601 <p>ในงานวิจัยนี้ เราได้ทำการศึกษาการหาผลเฉลยของสมการไดโอแฟนไทน์ 1^2/x_1+2^2/x_2+3^2/x_3+...+k^2/x_k = 1เมื่อ 2น้อยกว่าหรือเท่ากับ x_1&lt;x_2&lt;x_3&lt;...&lt;x_k เป็นจำนวนเต็มบวก และ&nbsp; k=x_1 โดยผลการวิจัยพบว่า เมื่อ x_1=2 จะมีผลเฉลยเพียง 1 ผลเฉลย เมื่อ x_1=3 จะมีผลเฉลยเพียง 2 ผลเฉลย &nbsp;และเมื่อ x_1 มากกว่าหรือเท่ากับ 4 จะมีผลเฉลยทั่วไปบางส่วนอย่างน้อย 4 ผลเฉลย</p> ปวีณา ถ้ำแก้ว Copyright (c) 2022 SCIENCE AND TECHNOLOGY NAKHON SAWAN RAJABHAT UNIVERSITY JOURNAL http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2022-09-05 2022-09-05 14 20 118 126