วารสารงานวิจัยและพัฒนาเชิงประยุกต์ โดยสมาคม ECTI https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard <p>วารสารงานวิจัยและพัฒนาเชิงประยุกต์ โดยสมาคม ECTI ISSN 3088-3032 (Online) เป็นวารสารทางวิชาการของสมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศแห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานเกี่ยวกับ การใช้เทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ กับงานในสาขาต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การสร้างนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ การออกแบบและพัฒนาเชิงประยุกต์ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศและส่วนรวม เพื่อเป็นประโยชน์ต่อนักวิจัย นิสิตนักศึกษา และคณาจารย์ โดยผลงานตีพิมพ์ต้องมีความเป็นต้นฉบับ ไม่ได้ตีพิมพ์มาก่อน มีความสมบูรณ์ ทันสมัย ทั้งด้านทฤษฎี การทดสอบ ทดลอง เป็นไปตามหลักการตามระเบียบวิธีวิจัยอย่างเหมาะสม</p> th-TH anan.p@ku.ac.th (รศ.ดร.อนันต์ ผลเพิ่ม (Assoc.Prof. Anan Phonphoem)) aphirak.j@ku.ac.th (ผศ.ดร.อภิรักษ์ จันทร์สร้าง (Asst.Prof. Aphirak Jansang)) Mon, 31 Aug 2026 11:21:55 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การออกแบบและอนุวัตตัวควบคุมพีไอดีสองระดับความอิสระอย่างเหมาะสมโดยใช้การค้นหาแบบนกดุเหว่าสำหรับการควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/259661 <div> <p class="abs"><span lang="TH">ระบบควบคุมพีไอดีหนึ่งระดับความอิสระใช้ตัวควบคุมเพียงตัวเดียว เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การติดตามคำสั่งและการคุมค่าโหลด ส่งผลทำให้สมรรถนะของระบบควบคุมมีความโดดเด่นเพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากระบบควบคุมพีไอดีหนึ่งระดับความอิสระ</span> <span lang="TH">เมื่อออกแบบตัวควบคุมให้บรรลุเป้าหมายการติดตามคำสั่ง สมรรถนะในด้านการคุมค่าโหลดของระบบก็จะลดลง ในทางตรงกันข้าม เมื่อออกแบบตัวควบคุมให้บรรลุเป้าหมายการคุมค่าโหลด สมรรถนะในด้านการติดตามคำสั่งของระบบก็จะลดลงเช่นกัน</span> <span lang="TH">ในบทความนี้ จึงนำเสนอการออกแบบและอนุวัตตัวควบคุมพีไอดีสองระดับความอิสระอย่างเหมาะสมโดยใช้การค้นหาแบบนกดุเหว่า หนึ่งในเทคนิคการค้นหาค่าเหมาะที่สุดแบบเมตา-ฮิวริสติกทรงประสิทธิภาพ วิธีนี้ถูกใช้หาค่าพารามิเตอร์ของตัวควบคุมพีไอดีสองระดับความอิสระอย่างเหมาะสมสำหรับการควบคุมความเร็วรอบมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง แบบจำลองของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงถูกพิจารณาเป็นระบบอันดับสาม บนพื้นฐานการค้นหาแบบนกดุเหว่า สมรรถนะของระบบควบคุมพีไอดีสองระดับความอิสระจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับระบบควบคุมพีไอดีหนึ่งระดับความอิสระ ผลที่ได้รับพบว่า การค้นหาแบบนกดุเหว่าสามารถหาค่าพารามิเตอร์ของตัวควบคุมพีไอดีสองระดับความอิสระได้อย่างเหมาะสม ให้สมรรถนะในด้านการติดตามคำสั่งของระบบ มีค่าพุ่งเกินสูงสุด</span><span lang="EN-US"> (<em>M<sub>p</sub></em><sub>(sim) </sub>= 4.62%, <em>M<sub>p</sub></em><sub>(act) </sub>= 5.10%) </span><span lang="TH">น้อยกว่าตัวควบคุมพีไอดีหนึ่งระดับความอิสระ โดยที่ สมรรถนะในด้านการคุมค่าโหลดของระบบไม่เปลี่ยนแปลง และมีการขยายตัวของสัญญาณควบคุมต่ำกว่าตัวควบคุมพีไอดีหนึ่งระดับความอิสระ ตามผลการจำลองสถานการณ์ได้รับการยืนยันด้วยผลการควบคุมระบบจริงที่ได้อนุวัตขึ้นจริงในห้องปฏิบัติการ</span></p> </div> สัตถาภูมิ ไทยพานิช, ปฏิภาณ บุ้งทิม, ดนุพล คำปัญญา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/259661 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 การออกแบบตัวควบคุม (1+พีไอ)-พีไอ-พีไอดี ด้วยอัลกอริทึมการผสมเกสรดอกไม้ สำหรับควบคุมการผลิตไฟฟ้าอัตโนมัติด้วยการเชื่อมโยงโรงไฟฟ้าสามพื้นที่ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265717 <div> <p class="abs"><span lang="TH">บทความนี้นำเสนอแบบจำลองการควบคุมการผลิตไฟฟ้าอัตโนมัติแบบสามพื้นที่โดยใช้ตัวควบคุมแบบ (1+พีไอ)-พีไอ-พีไอดี ที่มีค่าเกนพารามิเตอร์ที่เหมาะสมที่สุด ที่ถูกค้นหาด้วยอัลกอริทึมการผสมเกสรดอกไม้ ซึ่งตัวควบคุมที่นำเสนอมีหน้าที่ชดเชยกำลังไฟฟ้าของระบบ และรักษาเสถียรภาพระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ตัวควบคุมที่นำเสนอยังควบคุมแหล่งจ่ายพลังงานเพื่อให้เป็นไปตามความต้องการโหลด ผลการจำลองจะพิจารณาการตอบสนองทางพลวัตใน 3 กรณี คือ พบว่าตัวควบคุมที่นำเสนอสามารถควบคุมระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในกรณีที่ 1 การเบี่ยงเบนกำลังในสายส่งของสามพื้นที่มีค่าอัตราการพุ่งเกินสูงสุด</span> <span lang="TH">เท่ากับ 0.25</span><span lang="EN-GB"> p.u. </span><span lang="TH">0.10</span><span lang="EN-GB"> p.u. </span><span lang="TH">และ 0.17 </span><span lang="EN-GB">p.u. </span><span lang="TH">ตามลำดับ และเข้าสู่สภาวะคงตัวได้ภายใน 13-16 วินาที สำหรับกรณีที่ 2 เมื่อเกิดการรบกวนจากโหลดอย่างกระทันหันระบบสามารถกลับเข้าสู่เสถียรภาพได้ภายใน 18 วินาที และกรณีที่ 3 ในการควบคุมความถี่พื้นที่ </span><span lang="EN-GB">Area </span><span lang="TH">3 มีการเบี่ยงเบนความถี่สูงสุดอยู่ ในช่วง -0.14 </span><span lang="EN-GB">Hz </span><span lang="TH">ถึง 0.10 </span><span lang="EN-GB">Hz </span><span lang="TH">และสามารถระงับการแกว่งกลับสู่ความถี่มาตรฐาน (0 </span><span lang="EN-GB">Hz) </span><span lang="TH">ได้รวดเร็วภายในเวลาเพียง 5 วินาที</span></p> </div> <p><strong> </strong></p> เรืองยศ เกตุรักษา, โสภา แซ่เฮ้ง, เจนศักดิ์ เอกบูรณะวัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265717 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ระบบวัดระดับของเหลวโดยใช้หลักการตรวจจับค่าความจุ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265735 <div> <p class="abs"><span lang="TH">การวัดระดับของเหลวด้วยเซนเซอร์แบบความจุไฟฟ้ามีข้อจำกัดจากค่าความจุแฝง (</span><span lang="EN-GB">Parasitic Capacitance</span><span lang="TH">) ของสายสัญญาณและวงจรอ่านค่าเมื่อใช้งานแบบระยะไกล ส่งผลให้ความแม่นยำในการวัดค่าความจุขนาดเล็กลดลง. งานวิจัยนี้นำเสนอระบบวัดระดับของเหลวประเภทน้ำและแอลกอฮอล์โดยใช้หลักการตรวจจับค่าความจุไฟฟ้า (</span><span lang="EN-GB">Capacitive Sensor</span><span lang="TH">) ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของค่าความจุระหว่างอิเล็กโทรดและกราวด์สัมพันธ์กับระดับของเหลวภายในถัง ระบบใช้เทคนิค </span><span lang="EN-GB">Programmable Phase</span><span lang="TH">-</span><span lang="EN-GB">Locked </span><span lang="TH">ร่วมกับวงจรกรองผ่านทุกความถี่ (</span><span lang="EN-GB">All</span><span lang="TH">-</span><span lang="EN-GB">Pass Filter</span><span lang="TH">) เพื่อสร้างความต่างเฟส 90</span><span lang="EN-GB">° </span><span lang="TH">และแปลงสัญญาณเป็นค่าความจุ พร้อมทั้งประยุกต์ใช้วงจร </span><span lang="EN-GB">Improved Active Shield </span><span lang="TH">เพื่อชดเชยผลกระทบจากค่าความจุแฝงของสายโคแอกเชียล (</span><span lang="EN-GB">Coaxial Cable</span><span lang="TH">) และขาอินพุตของออปแอมป์ ทำให้สามารถวัดค่าความจุในช่วง 1–100 </span><span lang="EN-GB">pF </span><span lang="TH">ได้โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เป็นเชิงเส้นของระบบ (</span><span lang="EN-GB">Non</span><span lang="TH">-</span><span lang="EN-GB">Linear Error</span><span lang="TH">: </span><span lang="EN-GB">NLE</span><span lang="TH">) ต่ำกว่า 2% นอกจากนี้ ระบบสามารถทำงานแบบเรียลไทม์บนไมโครคอนโทรลเลอร์และแสดงผลได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ประมวลผลภายนอก ส่งผลให้ระบบมีต้นทุนต่ำ ขนาดกะทัดรัด และเหมาะสมสำหรับการประยุกต์ใช้งานในสภาพแวดล้อมอุตสาหกรรมที่ไม่ปลอดภัย</span></p> </div> ปัณณวิชญ์ ภัทร์สรณ์สิริ, ธนพร ทัศจันทร์, ธนภัทร สุทธิอาคาร, ปวริศา รุ่งโพธิ์ทอง, รศ.ดร.พิพัฒน์ พรหมมี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265735 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 ระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางและช่วยบอกทิศทางด้วยเสียงแบบเรียลไทม์สำหรับผู้พิการทางสายตาบนอุปกรณ์พกพา https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265794 <div> <p class="abs"><span lang="TH">งานวิจัยนี้นำเสนอแอปพลิเคชัน </span><span lang="EN-GB">Android </span><span lang="TH">สำหรับช่วยบอกทิศทางและแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางด้วยเสียงแบบเรียลไทม์แก่ผู้พิการทางสายตา โดยประยุกต์ใช้โมเดล </span><span lang="EN-GB">YOLOv</span><span lang="TH">8</span><span lang="EN-GB">s </span><span lang="TH">ภาพอินพุตขนาด 480</span><span lang="EN-GB">x</span><span lang="TH">480 พิกเซล ร่วมกับเทคนิค </span><span lang="EN-GB">Half-Precision Quantization (Float</span><span lang="TH">16) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลบน </span><span lang="EN-GB">GPU </span><span lang="TH">อุปกรณ์พกพา พร้อมบูรณาการ </span><span lang="EN-GB">Kalman Filter </span><span lang="TH">เพื่อเพิ่มความเสถียรในการติดตามวัตถุ คำนวณทิศทางสัมพัทธ์และระยะปลอดภัยผ่านหลักการทางเรขาคณิต (</span><span lang="EN-GB">Geometric Estimation) </span><span lang="TH">ร่วมกับการแจ้งเตือนด้วยระบบเสียงสังเคราะห์ (</span><span lang="EN-GB">Text-to-Speech) </span><span lang="TH">ผลการทดลองบนสมาร์ตโฟนพบว่า เทคนิค </span><span lang="EN-GB">Float</span><span lang="TH">16 ลดเวลาประมวลผลลงได้ 40.3% (จาก 250.0 </span><span lang="EN-GB">ms </span><span lang="TH">เหลือ 149.2 </span><span lang="EN-GB">ms) </span><span lang="TH">ทำความเร็วได้ 6-7 </span><span lang="EN-GB">FPS </span><span lang="TH">และลดขนาดไฟล์โมเดลลง 50% (เหลือ 21.3 </span><span lang="EN-GB">MB) </span><span lang="TH">โดยยังคงความแม่นยำสูงด้วยค่า </span><span lang="EN-GB">mAP@</span><span lang="TH">50 ที่ 0.597 (ลดลงเพียง 0.001 เมื่อเทียบกับ </span><span lang="EN-GB">Float</span><span lang="TH">32) ยืนยันถึงประสิทธิภาพของระบบที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำและเป็นเรียลไทม์</span></p> </div> พยุงศักดิ์ ฟูกุนนา, รัฐศิลป์ รานอกภานุวัชร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265794 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700 การสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็วของระบบแจ้งเตือนถุงเพิ่มความดันด้วย MicroPython และ LVGL https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265807 <p style="font-weight: 400;">การใช้ถุงเพิ่มความดันเป็นแนวทางหนึ่งในการทำหัตถการรักษาเส้นเลือดด้วยการสร้างแรงดันบวกภายในท่อและสายสวน แต่หากสารน้ำหมดอาจเกิดฟองอากาศซึ่งนำไปสู่ภาวะฟองอากาศอุดตันหลอดเลือด บทความนี้นำเสนอแนวทางการสร้างต้นแบบอย่างรวดเร็วสำหรับระบบแจ้งเตือนระดับสารน้ำในถุงเพิ่มความดันเพื่อประเมินความเหมาะสมของแนวคิดก่อนการพัฒนาเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ระบบต้นแบบใช้ฮาร์ดแวร์สำเร็จรูปประกอบด้วยบอร์ด M5Stack Tab5 โหลดเซลล์ และโมดูลเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ เฟิร์มแวร์ถูกพัฒนาด้วย MicroPython และไลบรารีกราฟิก LVGL โดยใช้เว็บ UIFlow2.0 เพื่อออกแบบส่วนติดต่อผู้ใช้เบื้องต้น ก่อนจะปรับแก้ตรรกะการทำงานของโค้ดโดยตรง ระบบต้นแบบสามารถแสดงข้อมูลที่สำคัญ เช่น ปริมาณสารน้ำที่ได้รับทั้งหมด, ปริมาณสารน้ำที่เหลือ, ระยะเวลาที่เหลือในการใช้สารน้ำ, และจำนวนขวดของสารน้ำที่ใช้ไปแล้ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำหัตถการ รวมถึงสนับสนุนการตัดสินใจรักษาของแพทย์อย่างรวดเร็วและเหมาะสม การประเมินความพึงพอใจจากผู้ใช้ที่เป็นแพทย์และพยาบาลประจำห้องหัตถการ จำนวน 22 คน พบว่าความพึงพอใจของผู้ใช้ต่อประสิทธิผลของระบบต้นแบบ มีคะแนนเฉลี่ย 4.37 (S.D.= 0.60) อยู่ในระดับความพึงพอใจมาก</p> ศุภชัย วรพจน์พิศุทธิ์, อมราพร นาโควงค์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 สมาคมวิชาการไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม และสารสนเทศ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ectiard/article/view/265807 Mon, 31 Aug 2026 00:00:00 +0700