วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal
<p>วารสารวิชาการ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ” (Journal of Applied Information Technology) เป็นวารสารที่ตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย บทความวิชาการและโครงงานวิจัย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทความทางวิชาการ บทความวิจัยและโครงงานวิจัยที่มีคุณภาพ แสดงถึงประโยชน์ทั้งเชิงทฤษฎี (Theoretical Contributions) ที่นักวิจัยหรือผู้ที่สนใจสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดหรือสร้างองค์ความรู้ใหม่ และประโยชน์ในเชิงปฏิบัติการ (Managerial Contributions) นักวิจัยหรือผู้สนใจนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์หรือต่อยอดการวิจัยที่ครอบคลุมเนื้อหาทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร เทคโนโลยีมัลติมีเดียและคอมพิวเตอร์ศึกษา การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ตลอดจนสาขาวิชาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและสัมพันธ์ และเพื่อให้บริการวิชาการแก่สังคมในการเป็นศูนย์กลางเผยแพร่ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ การทำวิจัยและการพัฒนาผลงานวิชาการของนักวิจัย นักวิชาการ คณาจารย์ ผู้บริหาร นักศึกษา นักธุรกิจ และประชาชนผู้สนใจ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ</p> <p>ตั้งแต่ปีที่ 7 ฉบับที่ 2 เป็นต้นไป ทางวารสารได้เพิ่มผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาบทความเป็น 3 ท่าน (จากเดิม 2 ท่าน)</p> <p> </p>
คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม
th-TH
วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2730-1958
-
สหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงานและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล: ระบบสารสนเทศเพื่อการติดตามและเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้ กรณีศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/258784
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับติดตามผลการเรียนรู้และประสบการณ์ของนักศึกษาในระบบสหกิจศึกษา/การศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน กรณีศึกษา คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี 2) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสะท้อนคิดผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล 3) เพื่อวิเคราะห์ความพึงพอใจและผลการใช้ระบบสารสนเทศดังกล่าวต่อการพัฒนาทักษะการทำงานของนักศึกษา ทางผู้วิจัยมีแนวคิดในการพัฒนาระบบสารเสนเทศเพื่อนำมาใช้ในการบริหารจัดการงานในด้านเอกสารของงานสหกิจศึกษา เช่น ข้อมูลหลักสูตรระดับการศึกษาระดับปริญญาตรี ข้อมูลนักศึกษา ข้อมูลของสถานประกอบการ ข้อมูลผู้นิเทศงาน รวมถึงข้อมูลเอกสารต่าง ๆ ที่ต้องดำเนินการในงานสหกิจศึกษา โดยมีการแบ่งผู้ใช้งานระบบเป็น 6 ประเภท ได้แก่ หัวหน้างานสหกิจศึกษา เจ้าหน้าที่สหกิจศึกษา อาจารย์ประสานงาน อาจารย์นิเทศ ผู้นิเทศงาน และนักศึกษา ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการงานฝึกประสบการณ์วิชาชีพพัฒนาด้วยภาษาพีเอชพี (PHP) เป็นเครื่องมือในการพัฒนาโปรแกรม และใช้มายเอสคิวแอล (MySQL) เป็นตัวจัดการฐานข้อมูลของระบบ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) จากการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการติดตามและเสริมสร้างประสบการณ์เรียนรู้จนเสร็จสมบูรณ์ พบว่า ระบบสามารถบันทึกข้อมูลงานของนักศึกษาได้ โดยงานของนักศึกษาประกอบด้วย แผนการปฏิบัติงาน โครงงาน และรายละเอียดการปฏิบัติงานประจำวัน ซึ่งงานที่นักศึกษาบันทึก หัวหน้างานสหกิจศึกษา เจ้าหน้าที่สหกิจศึกษา อาจารย์นิเทศ และผู้นิเทศงาน สามารถเรียกดูได้ นอกจากนี้ยังสามารถยืนยันข้อมูลงาน และประเมินนักศึกษาในระบบได้ 2) การศึกษาผลการส่งเสริมการเรียนรู้เชิงสะท้อนคิดผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล พบว่า ผลการประเมิน โดยผู้ใช้งานที่เป็นนักศึกษาจำนวน 238 คน อยู่ที่ระดับเกณฑ์มาก โดยค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.85 3) การศึกษาประสิทธิภาพของระบบสารสนเทศ พบว่า ผลการประเมินประสิทธิภาพ โดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน อยู่ที่ระดับเกณฑ์มากที่สุด โดยค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.88 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33 และความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่เป็นนักศึกษาจำนวน 238 คน อยู่ที่ระดับเกณฑ์มาก โดยค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.40 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.53</p>
พรกมล สุขสำราญ
วันวิสา ช่วยเอื้อมา
ประภาส ทองรัก
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
134
147
-
ส่วนหน้า
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/262991
<p>ส่วนหน้า</p>
ธรัช อารีราษฎร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-26
2025-12-26
11 2
1
6
-
การพัฒนาเกมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/258558
<p>การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเกม 3 มิติสำหรับสนับสนุนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) เพื่อประเมินคุณภาพของเกมที่พัฒนา 4) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เล่นเกม กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศ จำนวน 50 คน ค่าสถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตราฐาน</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า 1) การพัฒนาเกมสามมิติสำหรับสนับสนุนการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจเนื้อหาที่ซับซ้อน ทำภารกิจต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง และเกิดการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน พบว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอยู่ที่ 8.95 คะแนน 3) ผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพของเกม โดยมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยคะแนนอยู่ที่ 4.50 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.33 4) การประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มเป้าหมายอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยคะแนนอยู่ที่ 4.54 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานอยู่ที่ 0.60</p>
วุฒิกานต์ หงษ์เวียงจันทร์
พรศักดิ์ ปรีเลขา
จักรพันธ์ จิตรพงษ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
7
17
-
การพัฒนาโปรแกรมสำหรับการรวมและกำจัดความซ้ำซ้อนของเอเอสวี ในชุดข้อมูลไมโครไบโอมด้วยภาษาไพทอน
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/260477
<p>การรวมชุดข้อมูลแอมพลิคอนซีเควนส์แวเรียนต์ (เอเอสวี) จากหลายการทดลองเพื่อการวิเคราะห์ชุดข้อมูลไมโครไบโอม มักประสบปัญหาความซ้ำซ้อนของข้อมูล นำไปสู่การประมวลผลช้า การระบุอนุกรมวิธานไม่ถูกต้อง และเพิ่มภาระงานในการจัดการข้อมูลด้วยตนเอง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพโปรแกรมภาษาไพทอนสำหรับการรวมและกำจัดความซ้ำซ้อนของเอเอสวี โปรแกรมพัฒนาภายใต้กรอบแนวคิดวงจรชีวิตการพัฒนาระบบ (เอสดีแอลซี) ใช้วิธีการจับคู่ตรงกันทุกตำแหน่ง (เอ็กแซกต์แมตช์) เพื่อรักษาความละเอียดลำดับเอเอสวี รองรับการทำงานที่ยืดหยุ่นผ่านส่วนติดต่อผู้ใช้แบบกราฟฟิก จูปิเตอร์ และคอมมานด์ไลน์</p> <p>ผลการประเมินประสิทธิภาพเชิงเทคนิคด้วยชุดข้อมูล 2 ถึง 10 ชุด จำนวนเอเอสวี 33,445 ถึง 117,678 สาย พบว่า โปรแกรมมีความถูกต้องในการกำจัดความซ้ำซ้อน 100% และใช้เวลาประมวลผลเฉลี่ยเพียง 4.29 ถึง 35.58 วินาที ตามลำดับ ด้านผลการประเมินความพึงพอใจผู้ใช้งานอยู่ในระดับดี ค่าเฉลี่ย 4.29 โดยผู้ใช้พึงพอใจด้านความถูกต้องของผลลัพธ์สูงสุด โปรแกรมนี้ช่วยลดความซ้ำซ้อนของเอเอสวีและเพิ่มความถูกต้องในการเตรียมชุดข้อมูลไมโครไบโอมสำหรับการวิเคราะห์ปลายทางด้านชีวสารสนเทศ</p>
เทวินทร์ ฟักเอม
ธนพร อึ้งเวชวานิช
มณฑล ฟักเอม
ปิยะพงษ์ โอฬารทิชาชาต
อานนท์ จันทร์เกษม
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
18
32
-
การพัฒนาเว็บไซต์สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/257789
<p>การวิจัยและพัฒนาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเว็บไซต์สำหรับสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อเว็บไซต์สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี การดำเนินการวิจัยในงานวิจัยนี้ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ระยะที่ 1 การพัฒนาเว็บไซต์สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ทำการประเมินคุณภาพโดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน และ ระยะที่ 2 การประเมินความพึงพอใจของบุคคลที่เข้ามาใช้เว็บไซต์ จำนวน 145 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถามความพึงพอใจต่อเว็บไซต์ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลพัฒนาเว็บไซต์สำหรับสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล พบว่า สามารถดำเนินการได้ตามขอบเขตที่ได้กำหนดไว้ทั้งด้านเนื้อหาของหลักสูตร รายวิชาในหลักสูตร คณาจารย์ในหลักสูตร การเรียนตามหลักสูตร ค่าเล่าเรียนตลอดหลักสูตร และข่าวสารต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการบริการแก่นักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจในหลักสูตร การประเมินจากผู้เชี่ยวชาญโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =4.47, S.D. =0.60) และ 2) ความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อเว็บไซต์สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจดิจิทัล คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =4.57, S.D. =0.45) โดยด้านที่มีความพึงพอใจสูงที่สุด คือ ด้านประโยชน์และการนำไปใช้ อยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =4.61, S.D.=0.46) รองลงมาคือ ด้านเนื้อหา อยู่ในระดับมากที่สุด ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =4.56, S.D. =0.47) และด้านการออกแบบและจัดรูปแบบเว็บไซต์ อยู่ในระดับมากที่สุด (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> =4.55,S.D. =0.50) ตามลำดับ</p>
สุนิ ประจิตร
วีรศักดิ์ จงเลขา
อโณทัย บุญยะบูรณ์
ขวัญวรา โพธิวาระ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
33
44
-
การยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศของระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/255601
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับการยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศ 2) ศึกษาระดับการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศ และ 3) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรการหาขนาดตัวอย่าง ในกรณีที่ไม่ทราบจำนวนประชากรของ Cochranได้ขนาดกลุ่มตัวอย่างที่ต้องเก็บข้อมูลคือ 385 เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม ค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .90</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า การยอมรับเทคโนโลยี ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับแรกคือ ด้านความง่ายในการใช้งาน รองลงมาคือ ด้านการรับรู้ถึงประโยชน์และด้านทัศนคติต่อการใช้งานตามลำดับคุณภาพการให้บริการ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย 3 ลำดับแรกคือ ด้านความน่าเชื่อถือไว้วางใจได้ รองลงมาคือ ด้านการให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้รับบริการ และด้านการเอาใจใส่ต่อผู้รับบริการ ตามลำดับปัจจัยที่ส่งผลต่อการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศได้แก่ ด้านการรับรู้ถึงประโยชน์ ด้านความง่ายในการใช้งาน และด้านทัศนคติต่อการใช้งาน ตัวแปรตามคือ ปัจจัยการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศที่มีความสัมพันธ์กับตัวแปรตามอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 สามารถร่วมกันทำนายการยอมรับเทคโนโลยีที่ส่งผลต่อปัจจัยการให้บริการเพื่อพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นเลิศ กรณีศึกษาของระบบเครือข่ายกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ได้ร้อยละ 48.81(R <sub>Adj</sub>=.481)</p>
ศาสตร์ศิลป์ ทองแรง
พัชรพงษ์ สุดถนอม
รัชวุฒิ รักษ์มณี
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
45
59
-
สื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/259083
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบและพัฒนาสื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร 2) ศึกษาคุณภาพของสื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยฯ และ <br />3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ชมสื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยฯ กลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน และผู้รับชมสื่อสร้างสรรค์ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น จำนวน 30 คน โดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม เครื่องมือที่ในการวิจัย ได้แก่ สื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร แบบประเมินคุณภาพ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) สื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่น อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เนื้อหามีความความถูกต้อง องค์ประกอบศิลป์ดึงดูดความสนใจ สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นได้ 2) คุณภาพของสื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยฯ โดยภาพรวมคุณภาพทั้ง 4 ด้านมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด( <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /><em> </em>= 4.54, S.D.= 0.47) และ 3) ความพึงพอใจของผู้ชมสื่อสร้างสรรค์หนังประโมทัยฯ อยู่ในระดับมากที่สุด( <img src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.55, S.D.= 0.45)</p>
ดร.เพ็ญนภา คำแพง
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
60
71
-
ระบบคิดค่าน้ำค่าไฟของร้านค้า กรณีศึกษา ร้านค้าในโรงช้าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/258687
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ ออกแบบและพัฒนาระบบคิดค่าน้ำค่าไฟของร้านค้า โดยมีกรณีศึกษา คือร้านค้าในศูนย์อาหารโรงช้างของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ และ 2) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้ที่มีต่อระบบคิดค่าน้ำค่าไฟของร้านค้า กรณีศึกษา ร้านค้าในโรงช้าง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์</p> <p>งานวิจัยนี้ได้มีการออกแบบและพัฒนาระบบในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชันและเอพีไอ (API) โดยในส่วนของ Frontend ใช้ภาษา Vue.js ส่วน Backend ใช้เฟรมเวิร์ก (Framework) Spring Boot เชื่อมต่อกับฐานข้อมูล MySQL</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ระบบคิดค่าน้ำค่าไฟของร้านค้า กรณีศึกษา ร้านค้าในโรงช้างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีการทำงาน 2 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 ผู้เช่าร้านสามารถดูรายงานค่าน้ำค่าไฟเดือนล่าสุดของตนเอง และสามารถพิมพ์ออกมาเป็นใบแจ้งหนี้ได้ และส่วนที่ 2 ผู้ประสานงานสามารถเข้าใช้งานตามสิทธิ์การเข้าถึงที่กำหนดไว้ ได้แก่ ผู้จดมิเตอร์ สามารถจดและแก้ไขค่ามิเตอร์ของน้ำและไฟในเดือนปัจจุบันได้ เจ้าหน้าที่การเงินสามารถดูรายงานค่าน้ำค่าไฟทั้งหมดของเดือนล่าสุด พร้อมทั้งแก้ไขสถานะการชำระเงินได้ เจ้าหน้าที่ของกองกายภาพและสิ่งแวดล้อม สามารถดูรายงานค่าน้ำค่าไฟทั้งหมดของเดือนล่าสุดได้ ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูลบัญชีผู้ใช้ ข้อมูลร้านค้า และอัตราค่าน้ำค่าไฟได้ รวมถึงผู้ใช้ทุกคนของระบบสามารถแก้ไขข้อมูลส่วนตัว และรหัสผ่านของตนเองได้ 2) ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งาน จากการสุ่มตัวอย่างผู้ใช้งานจำนวน 23 คน ด้วยวิธีการทางสถิติ เพื่อหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาความพึงพอใจในการใช้งานระบบ พบว่า ความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.37, S.D. = 0.63)</p>
เกศแก้ว ยั่งยืน
กิตติยา อุไรพันธ์
พรรณนิภา แซ่อึ้ง
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
72
83
-
การพัฒนาระบบช่วยเหลือนักเรียนในการประเมินและติดตามภาวะซึมเศร้า ของนักเรียน โรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/256670
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบช่วยเหลือนักเรียนในการประเมินและติดตามภาวะซึมเศร้าของนักเรียน โรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 2) ศึกษาประสิทธิภาพของการทำงานของระบบช่วยเหลือนักเรียนในการประเมินและติดตามภาวะซึมเศร้าของนักเรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อระบบช่วยเหลือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น กลุ่มตัวอย่างได้แก่ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ประกอบด้วย อาจารย์ด้านการออกแบบและเทคโนโลยี นักวิชาการอุดมศึกษาด้านการออกแบบและพัฒนาระบบ และนักจิตวิทยาและการแนะแนว กลุ่มผู้ใช้งาน จำนวน 40 คน ได้แก่ ครู บุคลากร และนักเรียนโรงเรียนสาธิตวิทยาการอิสลาม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) ระบบช่วยเหลือนักเรียนในการประเมินและติดตามภาวะซึมเศร้า PHQ-A ของนักเรียน 2) แบบประเมินประสิทธิภาพการทำงานของระบบ และ 3) แบบประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อระบบช่วยเหลือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) ระบบช่วยเหลือนักเรียนในการประเมินและติดตามภาวะซึมเศร้าของนักเรียนได้พัฒนาในรูปแบบเว็บแอปพลิเคชัน ประกอบด้วยผู้ใช้งานหลัก 3 กลุ่ม คือ นักเรียน ครูที่ปรึกษา และนักจิตวิทยา <br />2) ประสิทธิภาพของการทำงานของระบบช่วยเหลือที่สร้างขึ้นโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.46, S.D. = 0.53) 3) ความพึงพอใจของผู้ใช้งานต่อระบบช่วยเหลือที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.55, S.D. = 0.71)</p> <p> </p>
มะรอกี แมเดาะ
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
84
97
-
การพัฒนาระบบสารสนเทศชุมชน เพื่อการบริหารจัดการชุมชนแบบมีส่วนร่วมของ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/256635
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบสารสนเทศชุมชน เพื่อการบริหารจัดการชุมชนแบบมีส่วนร่วมของเขตภาษีเจริญกรุงเทพมหานคร และ 2) ประเมินผลความพึงพอใจการใช้งานระบบสารสนเทศชุมชมของเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) ฐานข้อมูลใช้ MySQL (version 5.7) และใช้ภาษา PHP, HTML5, CSS, JAVASCRIPT, JQUERY และ 2) แบบประเมินผลความพึงพอใจการใช้งานระบบสารสนเทศชุมชมของเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร กลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้นำชุมชน จำนวน 51 คน จาก 51 ชุมชน ในเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การออกแบบระบบฐานข้อมูลระบบสารสนเทศชุมชน เพื่อการบริหารจัดการชุมชน จำนวน 7 หมวด ได้แก่ ข้อมูลด้านสังคม ข้อมูลด้านสาธารณสุข ข้อมูลด้านเศรษฐกิจชุมชน ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม ข้อมูลด้านการจัดการภายในชุมชน และข้อมูลด้านการสื่อสาร 2) ผลการประเมินความพึงพอใจการใชงานระบบสารสนเทศชุมชนของผู้ใช้งาน พบว่า ผู้ใช้งานมีความพึงพอใจต่อการใช้งาน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.43 โดยด้านที่มีความพึงพอใจสูงสุด คือ ด้านความง่ายต่อการใช้งาน</p>
เอกรินทร์ ตั้งนิธิบุญ
วิชัย สีแก้ว
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
98
111
-
การประยุกต์ใช้อัลกอริทึม YOLO นับจำนวนผู้เข้าใช้บริการห้องคอมพิวเตอร์ สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/258668
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาระบบนับจำนวนครั้งการเข้า-ออก ของผู้เข้าใช้บริการห้องคอมพิวเตอร์ 2) ทดสอบประสิทธิภาพของระบบและ 3) ศึกษาความพึงพอใจผู้ใช้งานระบบ สำหรับการพัฒนาระบบใช้ภาษา Python ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Windows โดยใช้อัลกอริทึม YOLOv8 ในการตรวจจับและนับจำนวนคนในวิดีโอจากกล้องเว็บแคม โดยกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยคือ 1) การทดสอบประสิทธิภาพเป็นนักศึกษาจากเหตุการณ์การเข้า–ออกห้องคอมพิวเตอร์ช่วงเวลาการเปิดให้บริการจริง โดยการสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ แบ่งเป็นตำแหน่งกล้องที่ 1 จำนวน 49 คน และตำแหน่งกล้องที่ 2 จำนวน 64 คน 2) ผู้ใช้งานระบบ ได้แก่ บุคลากรงานฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษา และฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ระบบนับผู้นับจำนวนครั้งการเข้า-ออก และแบบประเมินความพึงพอใจการใช้งานระบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) พัฒนาระบบนับจำนวนครั้งการเข้า-ออก ของผู้เข้าใช้บริการห้องคอมพิวเตอร์ <br />สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ประกอบด้วยการทำงาน ทั้งหมด 7 ส่วน โดยผลการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบพบว่า ตำแหน่งการติดตั้งกล้องส่งผลต่อความแม่นยำในการตรวจจับนับจำนวนคนเข้าและออก ซึ่งการติดตั้งกล้องในตำแหน่งด้านข้างให้ความแม่นยำมากที่สุด สามารถตรวจจับนับจำนวนคนเข้าได้แม่นยำถึง 100 % และตรวจจับนับจำนวนคนออกได้แม่นยำ 98.44% และ 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งาน พบว่า ผู้ใช้งานระบบมีความพึงพอใจต่อระบบที่พัฒนาขึ้นอยู่ในระดับมากที่สุด ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.55, S.D. = 0.56)</p>
จุรีพร อ่อนจันทร์
อภิสิทธิ์ ต้นพงษ์
ศรัณย์พงษ์ ศรีพูน
เอกชัย เนาวนิช
ธนพร ปฏิกรณ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
112
123
-
การพัฒนาเกมทายคำศัพท์ เพื่อเสริมทักษะทางภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/257989
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังการเรียนโดยใช้เกมทายคำศัพท์ที่พัฒนาขึ้น และเพื่อพัฒนาเกมทายคำศัพท์เพื่อเสริมทักษะทางภาษาอังกฤษให้เหมาะสมกับผู้เรียนระดับประถมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวัดพลมานีย์ จำนวน 20 คน ซึ่งได้จากการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ เกมทายคำศัพท์ และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบด้วย ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test แบบกลุ่มสัมพันธ์</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนหลังเรียน ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 21.40, S.D. = 3.38) สูงกว่าก่อนเรียน ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 12.45, S.D. = 3.38) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ เกมทายคำศัพท์ที่พัฒนาขึ้นมีค่าดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.51 แสดงให้เห็นว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 51 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด</p>
อนันต์พล ชื่นชม
ณัฐพล หล่อนิล
ชุติมา เกตุษา
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
124
133
-
การพัฒนาการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ เรื่อง การผจญภัยของเฟธ
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/261877
<p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ เรื่องการผจญภัยของเฟธให้มีคุณภาพ 2) ศึกษาความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อแอนิเมชัน 2 มิติ ที่พัฒนาขึ้น กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดียและแอนิเมชัน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม จำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ แบบประเมินคุณภาพ และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนาการ์ตูนแอนิเมชัน 2 มิติ เรื่อง การผจญภัยของเฟธ มีความยาว 4.27 นาที มีเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัยของหญิงสาวในโลกต่างมิติ ผลการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับระดับมาก ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.20, S.D. = 0.81) 2) ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่อแอนิเมชัน 2 มิติที่พัฒนาขึ้น โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( <img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\bar{x}" alt="equation" /> = 4.46, S.D. = 0.71)</p>
อภิดา รุณวาทย์
เกวลิน จันทะรัง
ปวันรัตน์ ยอดยืน
ศศิธร อุดรลาย
สุทธิกานต์ จิตจักร
ดวงกมล นาพิมพ์แสง
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-23
2025-12-23
11 2
148
157
-
การพัฒนาและการวิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จของเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/262058
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง 2) ประเมินระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อเว็บแอปพลิเคชัน 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ และ 4) ทดสอบนัยสำคัญทางสถิติของปัจจัยด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการใช้งาน การเชื่อมโยงข้อมูล และการสนับสนุนและการฝึกอบรม ที่มีต่อความสำเร็จของการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากผู้ที่มีบทบาทและประสบการณ์โดยตรงในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงจำนวน 119 คน ประกอบด้วยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (VHV) 60 คน ผู้จัดการระบบการดูแลระยะยาว (CM) 10 คน และผู้ดูแลผู้สูงอายุ (CG) 49 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ มีค่าดัชนีความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) เท่ากับ 0.88 และมีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) อยู่ระหว่าง 0.85–0.90 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์ค่าสหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และและการทดสอบนัยสำคัญทางสถิติ</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า เว็บแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นสามารถเชื่อมโยงการทำงานของบุคลากรทั้งสามกลุ่มได้อย่างเป็นระบบ ช่วยลดขั้นตอนการบันทึกข้อมูลและเพิ่มความสะดวกในการติดตามการดูแลผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการใช้งาน การเชื่อมโยงข้อมูล และการสนับสนุนและการฝึกอบรมมีความสัมพันธ์เชิงบวกและมีนัยสำคัญทางสถิติกับความสำเร็จของการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน โดยปัจจัยด้านการเชื่อมโยงข้อมูลมีบทบาทสำคัญมากที่สุด</p>
กนกวรรณ เขียววัน
ฆัมภิชา ตันติสันติสม
นรุตม์ บุตรพลอย
พรหมเมศ วีระพันธ์
จินดาพร อ่อนเกตุ
จตุรงค์ ธงชัย
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-24
2025-12-24
11 2
158
172
-
การวิเคราะห์แนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์และแนวทางการป้องกันเชิงรุกจากข้อมูล ระบบป้องกันแอปพลิเคชันเว็บ
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/256566
<p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) วิเคราะห์แนวโน้มและลักษณะของการโจมตีทางไซเบอร์จากข้อมูลเหตุการณ์จริงที่บันทึกโดย ระบบป้องกันแอปพลิเคชันเว็บ (Web Application Firewall: WAF) 2) ประเมินระดับความเสี่ยงและจัดลำดับความสำคัญของ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบแอปพลิเคชันเว็บ และ 3) เสนอแนวทางการป้องกันเชิงรุกที่สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงของภัยคุกคาม โดยใช้ข้อมูลบันทึกเหตุการณ์การโจมตีที่ตรวจพบจากระบบป้องกันแอปพลิเคชันเว็บของมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม พ.ศ. 2568 ซึ่งครอบคลุมเหตุการณ์การโจมตีจำนวน 40,934 เหตุการณ์ในมิติของประเภทการโจมตี และ 58,777 เหตุการณ์ในมิติของสถานะความมั่นคงปลอดภัยของระบบ การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการด้วย สถิติเชิงพรรณนา และ การวิเคราะห์แนวโน้ม เพื่อศึกษาความถี่ สัดส่วน ลักษณะของการโจมตี และผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า การโจมตีประเภท การแทรกคำสั่ง SQL (SQL Injection) เป็นรูปแบบที่พบมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 31.42 ของเหตุการณ์ทั้งหมด รองลงมาคือ การอัปโหลดเว็บเชลล์ (WebShell) และ การโจมตีคำสั่งระบบ ขณะที่การวิเคราะห์สถานะความมั่นคงปลอดภัยของระบบพบว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่อยู่ในสถานะ ถูกโจมตี (Attacked) อย่างไรก็ตาม ยังตรวจพบเหตุการณ์ในสถานะ ระบบถูกเจาะ (Compromised) ระบบติดมัลแวร์ (Infected) และ ระบบถูกควบคุมโดยบอต (Bot-controlled) ซึ่งแม้มีจำนวนเหตุการณ์น้อยกว่า แต่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบในระดับที่รุนแรงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการประเมินภัยคุกคามทางไซเบอร์ควรพิจารณาองค์ประกอบหลายมิติร่วมกัน ได้แก่ จำนวนเหตุการณ์ สถานะของการโจมตี จำนวนระบบที่ได้รับผลกระทบ และระดับความรุนแรงของผลกระทบ เพื่อสนับสนุนการกำหนดแนวทางการป้องกันภัยทางไซเบอร์เชิงรุกที่สอดคล้องกับบริบทการใช้งานจริงขององค์กร และยกระดับการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยของระบบแอปพลิเคชันเว็บอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ</p>
อมร เจือตี๋
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-26
2025-12-26
11 2
173
185
-
ส่วนท้าย
https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/project-journal/article/view/262992
<p>ส่วนท้าย</p>
ธรัช อารีราษฎร์
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารวิชาการ "การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ"
2025-12-26
2025-12-26
11 2
186
189