https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/issue/feed วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 2026-02-01T20:47:06+07:00 กองบรรณาธิการวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ hcujournal.sci@gmail.com Open Journal Systems <p>วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วยสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้เกิดความรู้ทางวิชาการแก่สังคมทั่วไป และสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักศึกษาเสนอผลงานวิชาการ</p> https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/261707 การพัฒนาเจลต้านการอักเสบจากสารสกัดไพลและดีปลี 2025-12-15T21:09:52+07:00 นิภาพร ไทยพัฒนกิจ nipazar@gmail.com สายสุดา แสงกล้า Saisuda.sa@rmuti.ac.th ปิยวดี คำสวัสดิ์ piyawadee14682@gmail.com พรรณิภา เจ๊กแตงพะเนาว์ phannipha.c@srru.ac.th จตุพร ประทุมเทศ jatuporn.pr@rmuti.ac.th รัชฎาวรรณ อรรคนิมาตย์ ratchadawan.au@rmuti.ac.th ปราณี ศรีราช srirajp11@gmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสำคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ และพัฒนาเจลสมุนไพรจากสารสกัดเหง้าไพล (<em>Zingiber cassumunar</em> Roxb.) และสารสกัดผลดีปลี (<em>Piper retrofractum</em> Vahl.) มีการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Gas Chromatography<em>-</em>Mass Spectrometry (GC-MS) พบว่าสารสกัดเหง้าไพลมีสาร (E)-4-(3,4 Dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol อยู่ในกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ ส่วนสารสกัดผลดีปลีมีสาร Piperine อยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การทดสอบปริมาณสารสำคัญพบว่า สารสกัดเหง้าไพลมีค่าปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมสูงสุด 185.95 ± 23.29 mg GAE/g และ 217.80 ± 30.53 mg QCE/g ตามลำดับ ผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธีการทดสอบการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS พบว่าสารสกัดผลดีปลีมีค่า IC<sub>50</sub> เท่ากับ 109.04 ± 2.33 และ 102.61 ± 0.50 µg/mL ตามลำดับ ขณะที่สารสกัดเหง้าไพลมีค่าการทดสอบความสามารถในการีดิวซ์เหล็กด้วยวิธี FRAP สูงสุด 519.24 ± 10.47 mM Fe<sup>2+</sup>/mg การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบพบว่าสารสกัดผลดีปลีมีค่า IC<sub>50</sub> ต่ำที่สุด 12.89 ± 0.61 µg/mL สำหรับเจลสมุนไพรที่พัฒนา 3 สูตร พบว่าเจลสารสกัดผลดีปลีมีประสิทธิภาพกำจัด NO สูงสุด ทั้งก่อนและหลังการทดสอบความคงตัว (IC<sub>50</sub> = 16.18 ± 1.02 และ 15.05 ± 1.41 µg/mL, P&gt;0.05) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดผลดีปลีมีศักยภาพในการต้านการอักเสบที่ดี และสารสกัดผสมไพลและดีปลีทำให้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ดีขึ้นจากสารสกัดเหง้าไพลเดี่ยว จึงสามารถพัฒนาเป็นเจลสมุนไพรใช้ภายนอกเพื่อบรรเทาการอักเสบ รวมถึงเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวิจัยทางคลินิกในอนาคต</p> 2026-02-01T00:00:00+07:00 ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ