วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu <p>วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วยสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้เกิดความรู้ทางวิชาการแก่สังคมทั่วไป และสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักศึกษาเสนอผลงานวิชาการ</p> มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ th-TH วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 2985-1653 <p>บทความทุกบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ</p> <p> </p> การพัฒนาเจลต้านการอักเสบจากสารสกัดไพลและดีปลี https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/261707 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสารสำคัญ ฤทธิ์ทางชีวภาพ และพัฒนาเจลสมุนไพรจากสารสกัดเหง้าไพล (<em>Zingiber cassumunar</em> Roxb.) และสารสกัดผลดีปลี (<em>Piper retrofractum</em> Vahl.) มีการวิเคราะห์ด้วยเทคนิค Gas Chromatography<em>-</em>Mass Spectrometry (GC-MS) พบว่าสารสกัดเหง้าไพลมีสาร (E)-4-(3,4 Dimethoxyphenyl)but-3-en-1-ol อยู่ในกลุ่มฟีนิลบิวทินอยด์ ส่วนสารสกัดผลดีปลีมีสาร Piperine อยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ การทดสอบปริมาณสารสำคัญพบว่า สารสกัดเหง้าไพลมีค่าปริมาณสารฟีนอลิกรวมและสารฟลาโวนอยด์รวมสูงสุด 185.95 ± 23.29 mg GAE/g และ 217.80 ± 30.53 mg QCE/g ตามลำดับ ผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ด้วยวิธีการทดสอบการกำจัดอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS พบว่าสารสกัดผลดีปลีมีค่า IC<sub>50</sub> เท่ากับ 109.04 ± 2.33 และ 102.61 ± 0.50 µg/mL ตามลำดับ ขณะที่สารสกัดเหง้าไพลมีค่าการทดสอบความสามารถในการีดิวซ์เหล็กด้วยวิธี FRAP สูงสุด 519.24 ± 10.47 mM Fe<sup>2+</sup>/mg การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบพบว่าสารสกัดผลดีปลีมีค่า IC<sub>50</sub> ต่ำที่สุด 12.89 ± 0.61 µg/mL สำหรับเจลสมุนไพรที่พัฒนา 3 สูตร พบว่าเจลสารสกัดผลดีปลีมีประสิทธิภาพกำจัด NO สูงสุด ทั้งก่อนและหลังการทดสอบความคงตัว (IC<sub>50</sub> = 16.18 ± 1.02 และ 15.05 ± 1.41 µg/mL, P&gt;0.05) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าสารสกัดผลดีปลีมีศักยภาพในการต้านการอักเสบที่ดี และสารสกัดผสมไพลและดีปลีทำให้มีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ดีขึ้นจากสารสกัดเหง้าไพลเดี่ยว จึงสามารถพัฒนาเป็นเจลสมุนไพรใช้ภายนอกเพื่อบรรเทาการอักเสบ รวมถึงเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการวิจัยทางคลินิกในอนาคต</p> นิภาพร ไทยพัฒนกิจ สายสุดา แสงกล้า ปิยวดี คำสวัสดิ์ พรรณิภา เจ๊กแตงพะเนาว์ จตุพร ประทุมเทศ รัชฎาวรรณ อรรคนิมาตย์ ปราณี ศรีราช ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-02-01 2026-02-01 12 1 1 14 การพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรอายุวัฒน์ล้านนาในรูปแบบผงสกัดชงดื่ม: การศึกษาเชิงคุณภาพและการเก็บรักษา https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/262032 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มอายุวัฒน์ล้านนาในรูปแบบผงสกัดชงดื่มโดยใช้มอลโตเดกซ์ตรินในสัดส่วนร้อยละ 5, 10 และ 20 และนำเข้าสู่การทำแห้งแบบพ่นฝอย ผลการศึกษาพบว่าสูตรที่ผสมมอลโตเดกซ์ตรินร้อยละ 5 และ 10 ให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพใกล้เคียงกับเครื่องดื่มในรูปสกัดพร้อมดื่ม โดยมีสีส้มอมแดง มีความเป็นกลางและมีค่าความหนืดใกล้เคียงกัน โดยการศึกษานี้เลือกสูตรผสมมอลโตเดกซ์ตรินร้อยละ 5 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงและลดการใช้มอลโตเดกซ์ตริน โดยใช้ผงสกัด 9.36 กรัมต่อการรับประทาน 1 ครั้ง ผลการวิเคราะห์ทางเคมีด้วยเทคนิคโครมาโทกราฟีแบบชั้นบางและการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพ พบว่าสูตรผงสกัดดังกล่าวยังคงรักษาสารสำคัญและแสดงฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ เมื่อทดสอบการเก็บรักษาภายใต้สภาวะเร่งพบว่าผงสกัดชงดื่มสามารถเก็บรักษาได้ที่อุณหภูมิ 35°C, 45°C และ 55°C เป็นเวลา 533, 385 และ 346 วัน ตามลำดับ โดยไม่พบการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในระยะเวลา 9 เดือน ผลการศึกษาสรุปได้ว่าการใช้เทคนิคการทำแห้งแบบพ่นฝอยร่วมกับมอลโตเดกซ์ตรินสามารถพัฒนาเครื่องดื่มอายุวัฒน์ล้านนาในรูปแบบผงสกัดชงดื่มที่สะดวกต่อการบริโภค ยืดอายุการเก็บรักษาและยังคงสารออกฤทธิ์ทางยาไว้ได้</p> ทวีศักดิ์ หลีแก้วสาย จักรกฤษณ์ คณารีย์ วนิษา ปันฟ้า พรพรรณ มณีวรรณ พรหทัย พุทธวัน สมฤทัย ยังวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-16 2026-03-16 12 1 15 30