วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu <p>วารสารมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประกอบด้วยสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร วิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมให้เกิดความรู้ทางวิชาการแก่สังคมทั่วไป และสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และนักศึกษาเสนอผลงานวิชาการ</p> มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ th-TH วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 2985-1653 <p>บทความทุกบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ</p> <p> </p> ฟิล์มอัลจิเนตเชิงหน้าที่เสริมโพรไบโอติกและสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อการประยุกต์ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหาร https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/266091 <p>บรรจุภัณฑ์อาหารเชิงหน้าที่เป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาวัสดุบรรจุภัณฑ์สมัยใหม่ที่สามารถปกป้องผลิตภัณฑ์อาหาร ควบคู่กับการยืดอายุการเก็บรักษา รักษาคุณภาพ และเพิ่มคุณค่าเชิงสุขภาพ ฟิล์มอัลจิเนตเป็นวัสดุชีวพอลิเมอร์ที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากสามารถขึ้นรูปเป็นฟิล์มได้ดี มีความปลอดภัย ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ และมีความสามารถในการลดการซึมผ่านของออกซิเจน อย่างไรก็ตามฟิล์มอัลจิเนตยังมีข้อจำกัดด้านสมบัติการกั้นความชื้น ความเสถียรของโครงสร้าง และสมบัติเชิงกล โดยเฉพาะภายใต้สภาวะที่มีความชื้นสูง บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับฟิล์มอัลจิเนตที่เสริมโพรไบโอติกและสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับการประยุกต์ใช้เป็นบรรจุภัณฑ์อาหารเชิงหน้าที่ โดยครอบคลุมกลไกการเกิดฟิล์ม บทบาทของอัลจิเนตในฐานะเมทริกซ์นำส่งโพรไบโอติก กลไกการต้านออกซิเดชัน และปฏิสัมพันธ์ระหว่างโพรไบโอติก สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และโครงสร้างของฟิล์ม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าฟิล์มอัลจิเนตที่เสริมโพรไบโอติกและสารต้านอนุมูลอิสระมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นบรรจุภัณฑ์อาหารเชิงหน้าที่มีความสอดคล้องกับแนวโน้มด้านความยั่งยืนและอาหารเพื่อสุขภาพ อย่างไรก็ตามการนำไปใช้จริงยังจำเป็นต้องปรับปรุงสูตรฟิล์ม ควบคุมเสถียรภาพของโพรไบโอติก และประเมินประสิทธิภาพในผลิตภัณฑ์อาหารจริงอย่างเป็นระบบ</p> ปวีณรัตน์ สิงห์วี ปริยาภัทร หัตถัง กิตติภณ รูปิยะเวช มกานนท์ บุตรสิทธิ์ วนิดา ปานอุทัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-14 2026-09-14 12 2 1 13 ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียต่อ ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะของสตรีตั้งครรภ์ https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/266301 <p>การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นการติดเชื้อที่พบบ่อยในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์ งานวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวระหว่างสตรีตั้งครรภ์ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียฯ และ เปรียบเทียบความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีตั้งครรภ์ 6-20 สัปดาห์ กลุ่มทดลอง 25 คน และกลุ่มควบคุม 25 คน <strong> </strong>เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย 1. โปรแกรมการให้ความรู้ฯในรูปแบบคลิปวิดีโออนิเมชั่น ประมาณ 10 นาที จากนั้นสาธิตการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์กับโมเดลอวัยวะสืบพันธุ์สตรี และสาธิตย้อนกลับประมาณ 10 นาที และ 2 สัปดาห์ต่อมาส่งข้อมูลความรู้และการปฏิบัติตัวในลักษณะอินโฟกราฟิก ผ่าน application line 2. แบบประเมินความรู้ 3. แบบประเมินทัศนคติ และ 4. แบบประเมินการปฏิบัติตัว เครื่องมือวิจัยได้ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้ IOC = 0.92 ค่าความเชื่อมั่นแบบประเมินความรู้ (KR 20 = 0.70) ได้ค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) ของแบบประเมินทัศนคติ 0.90 และแบบประเมินการปฏิบัติตัว 0.65 วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงทดสอบ Wilcoxon Signed Ranks Test และ Mann-Whitney U Test เนื่องจากข้อมูลมีการกระจายแบบไม่ปกติ ผลการวิจัยพบว่าหลังได้รับโปรแกรมฯ กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้ (M=9.80, SD=0.41) ทัศนคติ (M=49.20, SD=1.22) และ การปฏิบัติตัว (M=17.84, SD=1.77) สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (p&lt;.001) กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีคะแนนความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัว ไม่แตกต่างกัน (p=0.686, p=0.123, p=0.411) ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการใช้สมาร์ทโฟน และ/หรืออุปกรณ์สื่อสารมีมากยิ่งขึ้น โปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเพื่อการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นได้</p> กนกพร นทีธนสมบัติ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-21 2026-09-21 12 2 14 25 การเปรียบเทียบตัวแบบอนุกรมเวลาและตัวแบบการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการพยากรณ์ปริมาณการส่งออกมันฝรั่งของประเทศไทย https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/265968 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพของแบบจำลองอนุกรมเวลาและแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่องสำหรับการพยากรณ์ปริมาณการส่งออกมันฝรั่งของประเทศไทยรายเดือน โดยใช้ข้อมูลทุติยภูมิรายเดือนจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ครอบคลุมช่วงปี พ.ศ. 2559–2568 จำนวน 120 เดือน การศึกษาเปรียบเทียบแบบจำลอง 5 ประเภท ได้แก่ แบบจำลองโฮลต์-วินเทอส์แบบคูณ แบบจำลองออโตรีเกรสซีฟอินทิเกรเต็ดมูฟวิงแอเวอเรจ แบบจำลองออโตรีเกรสซีฟอินทิเกรเต็ดมูฟวิงแอเวอเรจเชิงฤดูกาล แบบจำลองป่าสุ่ม และแบบจำลองเอ็กซ์จีบูสต์ โดยแบ่งข้อมูลเป็นชุดฝึกและชุดทดสอบในสัดส่วน 90:10, 80:20 และ 70:30 โดยประเมินความแม่นยำของแบบจำลองด้วยค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย ค่ารากที่สองของความคลาดเคลื่อนกำลังสองเฉลี่ย และค่าร้อยละความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์เฉลี่ย ผลการวิจัยพบว่าในกลุ่มแบบจำลองอนุกรมเวลา แบบจำลอง ARIMA (0,1,3) ให้ผลการพยากรณ์ดีที่สุด โดยมีค่า MAPE เท่ากับ 12.25% ในขณะที่แบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง XGBoost ให้ผลดีที่สุดในภาพรวม โดยมีค่า MAPE ต่ำสุดที่ 8.06% ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง สามารถอธิบายความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของข้อมูลได้ดีกว่าแบบจำลองอนุกรมเวลา ผลลัพธ์นี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางสนับสนุนการวางแผนการผลิต การบริหารจัดการการส่งออก และการกำหนดนโยบายการค้าสินค้าเกษตรของประเทศไทย</p> กานต์ณัฐ ณ บางช้าง ลฎาภา สังใจสม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-10-06 2026-10-06 12 2 26 39