A สื่อโมเดล 3 มิติ เพื่อการสอนแบบ “สตรีม ศึกษา” เรื่องสื่อการสอนภาษาจีนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

Main Article Content

อารยา พิจักษณาภรณ์
ภูมิ ณ ตะกั่วทุ่ง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้นำเสนอผลลัพธ์ของการพัฒนาวิธีการเรียนรู้ผ่านสื่อโมเดล 3 มิติ เพื่อการสอนแบบ “สตรีม ศึกษา” (STEAM Education) ในวิชาภาษาจีน โดยเน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ และพัฒนาทักษะต่างๆ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความอยากเรียนรู้ และอยากแสวงหาคำตอบด้วยตนเอง ทางผู้จัดทำได้ออกแบบสื่อการสอนที่บูรณาการทักษะที่จำเป็นมาใช้ในการดำรงชีวิต โดยสัมพันธ์กับอายุเเละพัฒนาการของผู้เรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาทักษะ กระบวนการคิด การตั้งคำถาม การค้นหาเหตุผล และเข้าใจซึ่งคำตอบ ใช้การผสมผสานของสื่อการสอนดิจิทัลกับการพับกระดาษ 3 มิติเข้าด้วยกันในหัวข้อ เรื่อง “การบอกเวลาในภาษาจีนสมัยใหม่(现代汉语xiàn dài hàn yǔ) และ ภาษาจีนโบราณ(古代汉语gǔ dài hàn yǔ)เราได้นำสื่อการสอนชุดนี้ไปทดลองใช้กับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 40 คน และได้จัดทำแบบสอบถามวัดเจตคติที่ดีต่อภาษาจีนเพิ่มขึ้นหลังการการเรียนรู้โดยใช้สื่อการสอนชุดนี้อยู่ที่ 0.67 หน่วย หรือ ร้อยละ 4

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
[1]
พิจักษณาภรณ์ อ. และ ณ ตะกั่วทุ่ง ภ., “A สื่อโมเดล 3 มิติ เพื่อการสอนแบบ ‘สตรีม ศึกษา’ เรื่องสื่อการสอนภาษาจีนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4”, JIST, ปี 13, ฉบับที่ 2, น. 13–21, ธ.ค. 2023.
ประเภทบทความ
บทความวิจัย Human-Computer Interaction

เอกสารอ้างอิง

สุภัค โอฬาพิริยกุล, “STEAM EDUCATION:นวัตกรรมการศึกษาบูรณาการสู่การจัดการเรียนรู้”,วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร โรงเรียนสาธิมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร(ฝ่ายมัธยม),หน้า1,ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2562.

วรรณิษา ไวยฉายี, “การจัดการเรียนการสอนภาษาจีนในสถาณการณ์ปัจจุบัน: มุมมองของผู้เรียนต่อการพัฒนาสถาบันสอนภาษา”,วารสานบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์,หน้าที่ 154,ปีที่ 16 ฉบับที่ มกราคม-เมษายน 2565,

Y. Li and A. H. Schoenfeld, “Problematizing teaching and learning mathematics as ‘given’ in STEM Education - International Journal of STEM Education,” SpringerLink, 19-Dec-2019. [Online]. Available: https://link.springer.com/article/10.1186/s40594-019-0197-9. [Accessed: 12-Feb-2023].

บุญยนุช สิทธาจารย์, “การพัฒนาชุดการสอนศิลปะตามแนวคิดสะตีมศึกษาเพื่อส่งเสริมกระบวนการสร้างสรรค์สำหนับนักเรียนชั้นประถามศึกษาปีที่ 5”,วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต, 2560.

W. WU, W. Chalermvongsavej, “Factors Affecting Students’ Motivation in Chinese Language Learning at Private Bilingual School A,” Silpakorn Educational Research Journal : Vol. 14 No. 1, 29-June-2022.

[Online]. Available: https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/256690 [Accessed: 19-May-2023].

“พับกระดาษ ฝึกสมาธิ สงบสติอารมณ์,” มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ https://www.thaiheartfound.org/Article/Detail/140326?fbclid=IwAR2uggeoPWS0UOxU0TX68Yr9GOHDnUrP1h3D3_yUfYHB0T9WButjM8JP6kU [Accessed: 19-May-2023].

B. Natalija, Z. Lavicza and K. Fenyvesi, “Developing primary school students' formal geometric definitions knowledge by connecting origami and technology,” International Electronic Journal of Mathematics Education, 02-Nov-2019. [Online]. Available: https://www.iejme.com/article/developing-primary-school-students-formal-geometric-definitions-knowledge-by-connecting-origami-and-6266. [Accessed: 12-Feb-2023].

J. Guy, J. Muzaffar, C. Coulson, “Teaching middle ear anatomy using a novel three-dimensional papercraft model - European Archives of Oto-Rhino-Laryngology,” SpringerLink, 24-Sept-2020. [Online]. Available:

https://link.springer.com/article/10.1007/s00405-020-06350-8 [Accessed: 19-May-2023].