การกำหนดระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสมและการรวมคลังสินค้า: กรณีศึกษาคลังสินค้าในทวีปยุโรปของบริษัทผู้ผลิตสารเคลือบผิว
คำสำคัญ:
ระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม, การรวมคลังสินค้า, ต้นทุนการจัดเก็บสินค้าบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการกำหนดระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม โดยยังคงรักษาระดับการให้บริการที่ยอมรับได้ในแต่ละคลังสินค้าในทวีปยุโรปของบริษัทผู้ผลิตสารเคลือบผิวแห่งหนึ่ง รวมถึงการพิจารณารวมคลังสินค้าเพื่อลดระดับสินค้าคงคลัง และต้นทุนการจัดเก็บ โดยทำการศึกษานโยบายสินค้าคงคลังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องในปี 2559 และ 2560 และคำนวณระดับคลังสินค้าจากนโยบาย Periodic Review; Order-Up-To-Level (R,S) เพื่อให้ได้ระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม และนำไปทดสอบผลกับแบบจำลองกระบวนการเติมเต็มสินค้าคงคลังโดยใช้ข้อมูลความต้องการจริงของปี 2560 เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลจากมูลค่าสินค้าคงเหลือถัวเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า และระดับการให้บริการที่ยอมรับได้ในแต่ละคลังสินค้า พร้อมเปรียบเทียบผลจากการประยุกต์ใช้เทคนิคการพยากรณ์แบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อนำมาคำนวณระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสมให้มีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนที่ตามข้อมูลที่เกิดขึ้นล่าสุดในแต่ละรอบเวลา ผลจากการทดสอบกับข้อมูลจริงปี 2560 การกำหนดระดับสินค้าคงคลัง (OUTL) แบบคงที่ต่อปีสามารถลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงคลังได้ 46% คิดเป็นมูลค่า 54 ล้านบาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังลดลง 36% คิดเป็นมูลค่า 8.6 ล้านบาทต่อปี และสามารถรักษาระดับความพึงพอใจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้มากกว่า 95% ในผลิตภัณฑ์หลัก ในขณะที่แบบพยากรณ์ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 6 เดือนให้ผลที่ดีกว่าโดยช่วยลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงเหลือให้ลดลงได้ประมาณ 48% คิดเป็นมูลค่า 56 ล้านบาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงเหลือลดลง 37% คิดเป็นมูลค่า 8.8 ล้านบาทต่อปี และยังคงสามารถรักษาระดับความพึงพอใจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้มากกว่า 95% ในผลิตภัณฑ์หลัก สำหรับผลของการรวมคลังสินค้าการกำหนดระดับสินค้าคงคลัง (OUTL) แบบคงที่ ช่วยลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าให้ลดลงได้ 57% คิดเป็นมูลค่า 77 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งลดลงได้มากกว่าการจัดเก็บแบบแยกคลัง 10% ในส่วนค่าใช้จ่ายการจัดเก็บสินค้าแบบรวมคลังลดลง 72% คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงได้ 18 ล้านบาทต่อปี ซึ่งลดลงได้มากกว่า 2 เท่าของการจัดเก็บแบบแยกคลัง
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
เนื้อหาและข้อมูลที่ปรากฏในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารสถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้เขียนแต่ละท่าน ความผิดพลาดของข้อความและผลที่อาจเกิดจากนำข้อความเหล่านั้นไปใช้ผู้เขียนบทความจะเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสาร ก่อนเท่านั้น