การกำหนดระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสมและการรวมคลังสินค้า: กรณีศึกษาคลังสินค้าในทวีปยุโรปของบริษัทผู้ผลิตสารเคลือบผิว

ผู้แต่ง

  • Anchalee Saejiam Graduate School of Applied Statistics
  • Kannapha Amaruchkul National Institute of Development Administration
  • Siwiga Dusadenoad คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

คำสำคัญ:

ระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม, การรวมคลังสินค้า, ต้นทุนการจัดเก็บสินค้า

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาการกำหนดระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม โดยยังคงรักษาระดับการให้บริการที่ยอมรับได้ในแต่ละคลังสินค้าในทวีปยุโรปของบริษัทผู้ผลิตสารเคลือบผิวแห่งหนึ่ง รวมถึงการพิจารณารวมคลังสินค้าเพื่อลดระดับสินค้าคงคลัง และต้นทุนการจัดเก็บ โดยทำการศึกษานโยบายสินค้าคงคลังที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องในปี 2559 และ 2560 และคำนวณระดับคลังสินค้าจากนโยบาย Periodic Review; Order-Up-To-Level (R,S) เพื่อให้ได้ระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสม และนำไปทดสอบผลกับแบบจำลองกระบวนการเติมเต็มสินค้าคงคลังโดยใช้ข้อมูลความต้องการจริงของปี 2560 เพื่อวิเคราะห์และประเมินผลจากมูลค่าสินค้าคงเหลือถัวเฉลี่ย ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้า และระดับการให้บริการที่ยอมรับได้ในแต่ละคลังสินค้า พร้อมเปรียบเทียบผลจากการประยุกต์ใช้เทคนิคการพยากรณ์แบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เพื่อนำมาคำนวณระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสมให้มีการเปลี่ยนแปลงเคลื่อนที่ตามข้อมูลที่เกิดขึ้นล่าสุดในแต่ละรอบเวลา ผลจากการทดสอบกับข้อมูลจริงปี 2560 การกำหนดระดับสินค้าคงคลัง (OUTL) แบบคงที่ต่อปีสามารถลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงคลังได้ 46% คิดเป็นมูลค่า 54 ล้านบาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงคลังลดลง 36% คิดเป็นมูลค่า 8.6 ล้านบาทต่อปี และสามารถรักษาระดับความพึงพอใจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้มากกว่า 95% ในผลิตภัณฑ์หลัก ในขณะที่แบบพยากรณ์ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 6 เดือนให้ผลที่ดีกว่าโดยช่วยลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าคงเหลือให้ลดลงได้ประมาณ 48% คิดเป็นมูลค่า 56 ล้านบาทต่อเดือน ค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บสินค้าคงเหลือลดลง 37% คิดเป็นมูลค่า 8.8 ล้านบาทต่อปี และยังคงสามารถรักษาระดับความพึงพอใจให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้มากกว่า 95% ในผลิตภัณฑ์หลัก สำหรับผลของการรวมคลังสินค้าการกำหนดระดับสินค้าคงคลัง (OUTL) แบบคงที่ ช่วยลดปริมาณการจัดเก็บสินค้าให้ลดลงได้ 57% คิดเป็นมูลค่า 77 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งลดลงได้มากกว่าการจัดเก็บแบบแยกคลัง 10% ในส่วนค่าใช้จ่ายการจัดเก็บสินค้าแบบรวมคลังลดลง 72% คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงได้ 18 ล้านบาทต่อปี ซึ่งลดลงได้มากกว่า 2 เท่าของการจัดเก็บแบบแยกคลัง

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-27

รูปแบบการอ้างอิง

Saejiam, A., Amaruchkul, K., & Dusadenoad, S. (2019). การกำหนดระดับสินค้าคงคลังที่เหมาะสมและการรวมคลังสินค้า: กรณีศึกษาคลังสินค้าในทวีปยุโรปของบริษัทผู้ผลิตสารเคลือบผิว. วารสารสถิติประยุกต์และเทคโนโลยีสารสนเทศ, 4(1), 24–36. สืบค้น จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/asit-journal/article/view/169909