ผลกระทบของการเลือกใช้วิธี CPM และ RSM ในการวางแผน

Main Article Content

ชัยยศ ลักษณะวิลัย
สุนีรัตน์ กุศลาศัย

บทคัดย่อ

งานก่อสร้างส่วนใหญ่ถือเป็นงานที่ซับซ้อนเนื่องจากประกอบด้วยกิจกรรมย่อยหลายกิจกรรมและมีการทำงานที่เป็นลำดับขั้นตอน การควบคุมงบประมาณและระยะเวลาการทำงานถือเป็นสิ่งที่จำเป็น การวางแผนงานก่อสร้างจึงเป็นเครื่องมือที่จำเป็นที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถควบคุมและบริหารจัดการโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีวิธีการวางแผนอยู่หลากหลายวิธีอาทิ เช่น การวางแผนงานโดยวิธีเส้นทางวิกฤต  (Critical Path Method, CPM) การวางแผนงานโดยวิธีเส้นสมดุล (Line of Balance, LOB) และการวางแผนงานโดยวิธีการทำงานแบบซ้ำ ๆ (Repetitive Scheduling Method, RSM) เป็นต้น บทความนี้แสดงถึงผลกระทบของการเลือกรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันระหว่างเริ่มงานเร็วสุดและวิธีดำเนินการที่เน้นความต่อเนื่องของการทำงานสำหรับโครงการก่อสร้างที่มีลักษณะการทำงานแบบซ้ำๆกัน โดยในตัวอย่างที่ใช้หนึ่งหน่วยการก่อสร้างประกอบด้วย 7 กิจกรรม จำลองสถานการณ์ก่อสร้างโดยใช้แบบจำลอง STROBOSCOPE เพื่อเปรียบเทียบระยะเวลาโครงการก่อสร้าง (Project duration) และระยะเวลาจ่ายค่าแรง (Paid days) จากวิธีการวางแผนแบบ CPM สำหรับรูปแบบการเริ่มงานได้เร็วสุดและ RSM สำหรับกรณีการเน้นความต่อเนื่องของการทำงาน ผลที่ได้จากแบบจำลองพบว่าระยะเวลาโครงการเพิ่มตามจำนวนหน่วยการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถนำแสดงให้อยู่ในรูปแบบสมการได้ ส่วนระยะเวลาจ่ายค่าแรงโดยวิธีการวางแผนที่เน้นความต่อเนื่องของการทำงานจะมีค่าน้อยกว่าวิธีการวางแผนโดยการเริ่มงานได้เร็วสุด นอกจากนี้ยังแสดงผลการจำลองสถานการณ์กรณีระยะเวลาของแต่ละกิจกรรมมีความแปรปรวน ผลที่ได้พบว่าค่าเฉลี่ยของระยะเวลาโครงการและระยะเวลาจ่ายค่าแรงมีค่าใกล้เคียงกับผลของกรณีที่ระยะเวลาของกิจกรรมมีค่าคงที่

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย