การปรับปรุงกระบวนการขนส่งเพื่อลดต้นทุนของโรงงานชิ้นส่วนอะไหล่ยนต์

Main Article Content

ฐิติพร อัครชัยศักดิ์

บทคัดย่อ

เนื่องจากในปัจจุบันโรงงานกรณีศึกษาซึ่งเป็นคลังสินค้าที่กระจายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนตร์ไปยังทั่วโลก ยังมีระบบการจัดวางผังคลังสินค้าที่มีจุดบกพร่องอยู่ในเรื่องของทิศทางการไหลของงานยังไม่เหมาะสม ซึ่งเป็นเหตุทำให้ ต้นทุนในระบบคงคลังมีมูลค่ามากกว่าที่ควรจะเป็นซึ่งนำเอาหลักการจัดวางผังคลังสินค้าอย่างมีระบบและแผนภาพความสัมพันธ์ มาใช้ในการวิเคราะห์ โดยมีการนำแบบสอบถามมาเป็นเครื่องมือในการปรับปรุงการจัดวางผังคลังสินค้าใหม่ และเพื่อหาข้อมูลและความสัมพันธ์ของแผนกต่างๆ ภายในคลังสินค้า รวมทั้งปัจจัยที่มีผลต่อการวางผังคลังสินค้าและนำข้อมูลต่างๆมาประเมิลผลเป็นความสัมพันธ์ระหว่างแผนกต่างๆ ในทุกระดับปัจจัย เพื่อนำเอาความสัมพันธ์ที่ได้มาศึกษาทิศทางการไหลของงานว่าการจัดวางผังภายในคลังสินค้ากรณีศึกษามีความเหมาะสมหรือไม่ และทดลองปรับปรุงผังการจัดวางผังคลังสินค้าใหม่เมื่อมีการโยกย้ายแผนกต่าง ๆ ว่ามีทิศทางการไหลดีขึ้นหรือไม่ หลังจากนั้นเปรียบเทียบแผนผังการจัดวางเดิมและแผนผังการจัดวางในทางเลือกใหม่ พร้อมทั้งได้ข้อเสนอแนะ ข้อจำกัดต่าง ๆ ให้กับบริษัทคลังสินค้ากรณีศึกษา เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขผังคลังสินค้าในปัจจุบันและคลังสินค้าที่อาจเกิดขึ้นใหม่ในอนาคตด้วย จากการประเมิลพบว่าจากการนำหลักการจัดวางผังอย่างมีเป็นระบบ(Systematic Layout Planning) มาใช้ในการวิเคราะห์ผังคลังสินค้ากรณีศึกษานี้พบว่าความสัมพันธ์ระหว่างแผนกจำเป็นต้องอยู่ใกล้กัน เนื่องจากมีความต่อเนื่องของกระบวนการทำงาน ซึ่งการปรับปรุงผังคลังสินค้าครั้งนี้มีทางเลือกในการปรับปรุงคลังสินค้า 2 ทางเลือกด้วยกัน ซึ่งพบว่าทางเลือกที่ 1 และทางเลือกที่ 2 มีระยะทางโดยรวมเท่ากันคือ 790 เมตรซึ่งลดลงจากแบบแรกเริ่มที่ยังไม่มีการปรับปรุงผังคลังสินค้าเป็นระยะทาง 50 เมตรและระยะเวลาในทางเลือกที่ 1 และ 2 ใช้ระยะเวลาเท่ากันคือ 31.6 นาทีซึ่งลดลงจากเดิม 4.9นาทีแต่ด้วยระยะทางความสัมพันธ์ระหว่างแผนกของทางเลือกที่ 2 มีค่าน้อยกว่าระยะทางความสัมพันธ์ของทางเลือกที่ 1 ดังนั้นผู้วิจัยจึงได้ทำการเลือกแบบทางเลือกที่ 2 ในการปรับปรุงคลังสินค้ากรณีศึกษาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายในคลังสินค้าให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้นและในส่วนของต้นทุนสามารถทำการลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการนำสินค้าเข้าจัดเก็บในคลังสินค้าได้ซึ่งพบว่าก่อนทำการปรับปรุงคลังสินค้าในช่วงตั้งแต่เดือน ก.พ 2552 ถึง ก.ค 2552 มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น 2,969,460 บาท และเมื่อทำการปรับปรุงคลังสินค้าแล้วมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น 1,621,776 บาท ซึ่งการปรับปรุงคลังสินค้าในแบบทางเลือกที่ 2 สามารลดค่าใช้จ่ายได้เป็นจำนวน 1,347,684 บาท

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย