การศึกษาเวลามาตรฐานของงานก่อสร้างฐานวางแทงก์น้ำด้วยเทคนิคการจับเวลาโดยตรง

Main Article Content

สมจินตนา แขนงแก้ว
นที สุริยานนท์
พัศพันธน์ ชาญวสุนันท์
เวธกา ธนู
นงนภัส ไกลถิ่น
อังศุมาลี จรัสรัตติกาล
อัครณี วงศ์ไชยะ
อภิกูล ใจเอื้อ
บุญส่ง เขียวก้อนแก้ว
รุ่งโรจน์ สุจินดา

บทคัดย่อ

การบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพจัดเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง การก่อสร้างฐานวางแทงก์น้ำเป็นกิจกรรมที่ทำซ้ำเป็นจำนวนมากและปริมาณในการก่อสร้างจะขึ้นอยู่กับขนาดอาคารและผู้ใช้งานยิ่งจำนวนของปริมาณการก่อสร้างฐานวางแทงก์น้ำมีจำนวนมากมากขึ้น สอดคล้องกับระยะเวลาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น การศึกษาเวลามาตรฐานของกิจกรรมก่อสร้างฐานวางแทงก์น้ำจึงมีความสำคัญต่อการวางแผนและควบคุมก่อนการใช้งานสิ่งก่อสร้างนั้น ๆ งานวิจัยนี้นำเสนอการศึกษาเวลามาตรฐานของกิจกรรมการก่อสร้างฐานวางแทงก์น้ำ จำนวน 25 ฐาน ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้วิธีการจับเวลาโดยตรง โดยจำแนกเป็นกิจกรรมย่อยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาและเก็บข้อมูลพบว่ากิจกรรมก่อสร้างฐานวางแทงก์น้ำสามารถแบ่งออกเป็น 9  กิจกรรมย่อย และมีเวลามาตรฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 401.15 นาที หรือคิดเป็น 6 ชั่วโมง 41 นาทีต่อจำนวนฐานวางแทงก์น้ำจำนวน 25 ฐาน ขนาดพื้นที่รวม 200 ตารางเมตร เมื่อพิจารณาระยะเวลาดำเนินการของแต่ละกิจกรรมย่อย พบว่า 3 อันดับแรกของการใช้เวลามากที่สุด ได้แก่ อันดับที่ 1 คือ กิจกรรมปรับพื้นวางผัง ใช้เวลา 68.00 นาที หรือคิดเป็น 1 ชั่วโมง 8 นาที อันดับที่ 2 คือ กิจกรรมเทคอนกรีตสำเร็จรูป ใช้เวลา 62.29 นาที หรือคิดเป็น 1 ชั่วโมง 2 นาที และอันดับที่ 3 คือ กิจกรรมตัดเหล็ก DB16 SD40 ใช้เวลา 60.43 นาที หรือคิดเป็น 1 ชั่วโมง ตามลำดับ สำหรับระยะเวลาดำเนินการที่ค่อนข้างสูงในกิจกรรมย่อยดังกล่าว มีสาเหตุหลักมาจากขั้นตอนและความซับซ้อนตามธรรมชาติของเนื้องาน อย่างไรก็ตามเนื่องจากชุดแรงงานมีประสบการณ์และปฏิบัติงานภายใต้สภาพอากาศที่เอื้ออำนวย เวลามาตรฐานที่คำนวณได้จึงมีความเหมาะสมและสะท้อนผลิตภาพการทำงานในสภาวะปกติได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้สามารถนำผลการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนงาน การประมาณราคากลาง การประเมินผลิตภาพ และการปรับปรุงกระบวนการทำงานได้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ประเสริฐ ดำรงชัย. การวางแผนงานก่อสร้าง. กรุงเทพฯ: ศูนย์บริหารจัดการวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2552.

รัชต์วรรณ กาญจนปัญญาคม. การศึกษางานอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ท้อป, 2553.

Barnes, R.M. Motion and Time Study: Design and Measurement of Work. New York: John Wiley & Sons, 1991.

Prakashbhai, P.S., Ankitkumar, P. and Patel, S. Time and motion study of construction activities in industrial building. International Research Journal of Engineering and Technology, 2020, 7(6), pp. 6583–6593.

Walker, D.H. An investigation into construction time performance. Construction Management and Economics, 1995, 13(3), pp. 263–274.

Kanawaty, G. (ed.) Introduction to Work Study. Geneva: International Labour Organization, 1992.

Groover, M.P. Work Systems and the Methods, Measurement, and Management of Work. Upper Saddle River, NJ: Pearson Prentice Hall, 2007..

Freivalds, A. Niebel's Methods, Standards, and Work Design. New York: McGraw-Hill, 2014.

เจริญทรัพย์ งอยจันทร์ศรี และพิชญ์ สุธีรวรรธนา. สาเหตุของงานบกพร่องในงานก่อสร้าง ต้นทุนในการแก้ไข และแนวทางป้องกันการเกิดซ้ำ: กรณีศึกษางานก่อสร้างโรงแรม 1 แห่ง. In: การประชุมวิชาการวิศวกรรมโยธาแห่งชาติ ครั้งที่ 25, จังหวัดชลบุรี, 15–17 กรกฎาคม 2563. Available from: https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/view/66

Kazaz, A., Manisali, E. and Ulubeyli, S. Effect of basic motivational factors on construction workforce productivity in Turkey. Journal of Civil Engineering and Management, 2008, 14(2), pp. 95–106. Available from: https://doi.org/10.3846/1392-3730.2008.14.4

Bramble, B.B. and Callahan, M.T. Construction Delay Claims. New York: Aspen Publishers, 2010.

Shuaibu, A. Determination of Labour Outputs for Roof Carcassing, Roof Covering and Painting in the Nigeria Construction Industry. Master Thesis, Ahmadu Bello University, Zaria, Nigeria, 2010.

Fagbenle, O., Joshua, O., Afolabi, A., Ojelabi, R., Fagbenle, O., Fagbenle, A. and Akomolafe, M. Cost management practice of construction firms and its influencing factors: Lessons from southwestern Nigeria. In: Construction Research Congress 2018, 2018, pp. 692–700. Available from: https://ascelibrary.org/doi/abs/10.1061/9780784481271.067

Meszek, W., Rejment, M. and Dziadosz, A. Disturbance analysis and their impact on delays in construction process. In: IOP Conference Series: Materials Science and Engineering, 2019, 603(5), 052002. Available from: https://doi.org/10.1088/1757-899X/603/5/052002

พรศิริ คำหล้า, เจษฎา ยาโสภา, ธัญญารัตน์ ไชยกำบัง, ปิยณัฐ โตอ่อน, รัชฎา แต่งภูเขียว, ณัฐนันท์ อิสสระพงศ์ และ กำธร สารวรรณ. การศึกษาเวลามาตรฐานในกระบวนการผลิตคอนกรีตผสมเสร็จด้วยการจับเวลาโดยตรง. วารสารวิชาการเทคโนโลยีอุตสาหกรรม, 2564, 6(2), pp. 41–51.

Maynard, H.B., Stegemerten, G.J. and Schwab, J.L. Methods-Time Measurement. New York: McGraw-Hill, 1948.

Salvendy, G. (ed.) Handbook of Industrial Engineering: Technology and Operations Management. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons, 2001.

ฉันนนรี ชะอุ่ม. ปัจจัยที่มีผลต่อความล่าช้าของงานก่อสร้างในโครงการบ้านจัดสรรระบบสำเร็จรูป. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา, 2559.

พีร์นิธิ อักษร. การวิเคราะห์ผลิตภาพในการก่อสร้าง. กรุงเทพฯ: ศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2565.