การพัฒนาแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาวิวัฒน์ชุมชน กรณีศึกษา อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมองค์ความรู้และพัฒนาแหล่งการเรียนรู้ของชุมชน ส่งเสริมคุณลักษณะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยการสร้างแพลตฟอร์มการจัดการเรียนรู้สำหรับสถานศึกษาวิวัฒน์ชุมชนที่ประกอบด้วยคลังสื่อและเนื้อหาแหล่งเรียนรู้ดิจิทัล
เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนในอำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี ตัวอย่างที่ใช้ในการทดลองแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ ครู นักเรียน และประชาชนในพื้นที่อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี จำนวน 150 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและสถิติทดสอบที่แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (t-test Dependent) พบว่ารูปแบบแหล่งการเรียนรู้ชุมชนนั้นมี 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ด้านบุคคล ด้านสถานที่ และด้านประเพณีและวัฒนธรรม ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการรูปแบบการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ของชุมชน พบว่าในส่วนของชุมชนส่วนใหญ่ (ร้อยละ 86) มีความเห็นว่า เว็บไซต์เป็นช่องทางการนำเสนอแหล่งการเรียนรู้ที่ต้องการเป็นลำดับแรก ผู้วิจัยจึงได้พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้เป็นเว็บแอปพลิเคชันอยู่บนโดเมนที่ชื่อว่า “samkhok.org” ผลการประเมินประสิทธิภาพของเว็บแอปพลิเคชันจากผู้เชี่ยวชาญ พบว่าประสิทธิภาพ
เว็บแอปพลิเคชันในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (= 4.33, S.D.=0.57) และผลการประเมินความพึงพอใจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 150 คน มีความพึงพอใจเว็บแอปพลิเคชันในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (= 4.48, S.D.=0.56) สรุปผลการติดตาม พบว่า ส่วนมากได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน และสื่อกิจกรรมของโรงเรียน ส่วนใหญ่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับประโยชน์ นำองค์ความรู้ไปปรับใช้ร่วมกับเทคโนโลยีง่าย ๆ เช่น สมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ การเขียนบทความบนแพลตฟอร์ม สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในเรื่องงานและชีวิตประจำวันบนสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ข้อความภายในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารทั้งหมด รวมถึงรูปภาพประกอบ ตาราง เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ การนำเนื้อหา ข้อความหรือข้อคิดเห็น รูปภาพ ตาราง ของบทความไปจัดพิมพ์เผยแพร่ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการวารสารอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร
มหาวิทยาลัยฯ อนุญาตให้สามารถนำไฟล์บทความไปใช้ประโยชน์และเผยแพร่ต่อได้ โดยต้องแสดงที่มาจากวารสารและไม่ใช้เพื่อการค้า
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และบุคลากร คณาจารย์ท่านอื่น ๆ ในมหาวิทยาลัยฯแต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใด ๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเอง ตลอดจนความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความเป็นของผู้เขียน ไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
สัจธรรม พรทวีกุล. (2561). การสังเคราะห์งานวิจัยที่เกี่ยวกับการพัฒนาสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. วารสารมหาวิทยาลัยนครพนม, 8(3), 109-117.
Marquardt M. J. (1996). Building the learning organization: A systems approach to quantum improvement and global success. New York: McGraw-Hill.
พระมหาเทวินทร์ วรปญฺโญชิณบุตร. (2564). สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตในสถาบันอุดมศึกษา. วารสาร มจร พุทธโสธรปริทรรศน์, 1(2), 125-133.
สุมาลี สังข์ศรี. (2555). การเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประเทศไทย (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
วิรุฬห์ นิลโมจน์. (2558). ภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งวิทยาการชุมชนเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต. ในเอกสารการสอนชุดวิชาประสบการณ์วิชาชีพการศึกษานอกระบบ (หน่วยที่ 9, หน้า 9-1 ถึง 9-63, ปรับปรุงครั้งที่ 1). นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ณัฏฐลักษณ์ ธาระวานิช. (2557). แหล่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วรพงศ์ ผูกภู่. (2565). องค์ประกอบการพัฒนาแหล่งการเรียนรู้. สืบค้นจาก https://www.randdcreation.com/content/2992/องค์ประกอบการพัฒนาแหล่งเรียนรู้
เหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ. (2558). มรดกทางวัฒนธรรม: การสร้างตัวตนคนมอญสามโคก จังหวัดปทุมธานี. (รายงานผลการวิจัย). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เขมณัฏฐ์ มิ่งศิริธรรม. (2553). การพัฒนาฐานข้อมูลแหล่งการเรียนรู้จังหวัดสมุทรสงคราม (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.
ธนัทณัฏฐ์ ฉัตรภัครัตน์ และคณะ. (2561). การพัฒนารูปแบบแหล่งการเรียนรู้ชุมชนอัจฉริยะในศตวรรษที่ 21 เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.
Adel A. & Abdullah B. (2015). A Comparison Between Three SDLC Models Waterfall Model, Spiral Model, and Incremental/Iterative Model. International Journal of Computer Science, 12(1), 106–111.
วิทวัฒน์ พัฒนา. (2553). การวิเคราะห์และออกแบบระบบ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.
อุไร ทองหัวไผ่. (2558). การทดสอบซอฟต์แวร์. วารสารเกษมบัณฑิต. 16(2), 140-154.
Murray J. (2013). Likert data: what to use, parametric or non-parametric?. International Journal of Business and Social Science, 4(11), 258-264.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. (2565). รายงานผลการสํารวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยปี 2565. สืบค้นจาก https://www.etda.or.th/getattachment/78750426-4a58-4c3685d3d1c11c3db1f3/IUB-65-Final.pdf.aspx
พนิดา พานิชกุล. (2555). การสื่อสารระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
ศศิพันธ์ นิตยะประภา. (2558). การใช้งานได้ของเว็บไซต์. วารสารเทคโนโลยีสารสนเทศ, 11(2), 70-86.
นงเยาว์ สอนจะโปะ และสิทธิพงษ์ พุทธวงษ์. (2562). การออกแบบและพัฒนาเว็บไซตแนะนําสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีโดยใช้หลักการ Responsive web design. วารสารวิชาการศรีปทุม ชลบุรี, 15(4), 88-99.