การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรขัดผิวผสมกากกาแฟ สำหรับสตรีและมารดาหลังคลอดบุตร

ผู้แต่ง

  • อรุณรัตน์ แซ่อู้ หลักสูตรการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
  • เกศชฎา โชติพูล หลักสูตรการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คำสำคัญ:

การพัฒนาผลิตภัณฑ์, ผลิตภัณฑ์สมุนไพรขัดผิว, กากกาแฟ, มารดาหลังคลอดบุตร

บทคัดย่อ

กากกาแฟ (coffee grounds) เป็นวัสดุเหลือทิ้งที่นำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย มีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสารช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความกระจ่างใสให้กับผิวหนัง ส่วนว่านนางคำและใบมะขามเป็นสมุนไพรในงานผดุงครรภ์ไทยที่มีประสิทธิภาพในการดูแลผิวพรรณในสตรีหลังคลอด งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดว่านนางคำ ใบมะขาม และกากกาแฟที่สกัดด้วยเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 95 ด้วยวิธี DPPH radical scavenging ผลการศึกษาพบว่า กากกาแฟมีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระดีที่สุด โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 32.25 ± 0.08 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร จากนั้นนำสารสกัดจากว่านนางคำและใบมะขามมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ขัดผิวสมุนไพรโดยผสมกับกากกาแฟจำนวน 3 สูตร (F1, F2 และ F3) โดยปรับเปลี่ยนกากกาแฟในปริมาณ 5, 7.5 และ 10 กรัม จากผลการวัดคุณสมบัติทางเคมีและกายภาพของผลิตภัณฑ์ พบว่าผลิตภัณฑ์ขัดผิวสมุนไพรผสมกากกาแฟ มีค่าความเป็นกรดด่าง (pH) เท่ากับ 6 มีเนื้อสัมผัสดี และหนืดปานกลาง สีน้ำตาลเข้ม กลิ่นหอมกาแฟ ไม่มีสิ่งแปลกปลอม และหลังจากทดสอบความคงตัวด้วยวิธี Heating-Cooling cycle จํานวน 6 รอบ พบว่าสูตร F1 ที่มีกากกาแฟปริมาณ 5 กรัม มีค่า pH คงที่เท่ากับ 6  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของกลิ่น สีเข้มมากขึ้น ความหนืดของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ปริมาณฟองลดลง แต่เนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ดีกว่าสูตรอื่น

เอกสารอ้างอิง

กองประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2541). ตำราการแพทย์แผนโบราณทั่วไปสาขาผดุงครรภ์. นนทบุรี.

กองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (ม.ป.ป.). ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม

คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ข้อมูลสมุนไพร: มะขาม. https://pharmacy.su.ac.th/herbmed/ herb/text/herb_detail.php?herbID=174

ชุติมณฑน์ พลอยประดับ, พุทธพร เจียมศุภกิตต์, และ นิรมล ปัญญ์บุศยกุล. (2553). ฤทธิ์การต้านออกซิเดช่ันของส่วนต่าง ๆ ของผลกาแฟอาราบิก้า และกากกาแฟ. วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร. 41(3/1). 577-580.

ธิดารัตน์ วัฒนสุข, เมทินี แสงพิทักษ์, และ วราภรณ์ สิงห์คำบาล. (2557). กิจกรรมการต้านเชื้อราของน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพรไทย. [วิทยานิพนธ์ปริญญาบัณฑิต]. สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง.

ภาควิชาการพยาบาลสูตินรีเวช และ คณะการแพทย์แผนไทย. (2553). เอกสารประกอบการสอนรายวิชาผดุงครรภ์ไทย.

มาลัยพร ดวงบาล. (2552). การผลิตสารต้านอนุมูลอิสระกรดแกลลิกจากกากกาแฟสดที่เหลือใช้โดยเอนไซม์แทนเนส. คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

ยามีละ ดอแล และ ลัดดาวัลย์ ชูทอง. (2564). การพัฒนาเจลจากสารสกัดลูกประคบสมุนไพรที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ. วารสารศิลปการจัดการ, 5(3), 862-876.

ยาอารี กะหมายสม. (2564). เอกสารการอบรมงานดูแลแม่หลังคลอดในคลินิกการแพทย์แผนไทย. ครั้งที่ 1. หลักสูตรการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.

วีริสา ทองสง. (2559). บทบาทและภูมิปัญญาพื้นบ้านของหมอตำแยในจังหวัดพัทลุง. [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ศูนย์เรียนรู้ และอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพรไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา วิทยาเขตสมุทรสงคราม. ว่านนางคำ. https://skm.ssru.ac.th/news/view/wut093

สุทธิเดช ปรีชารัมย์, ธวัชชัย เจริญสุข, อรวรรณ ชุณหชาติ, และ มลธิรา ศรีถาวร. (2559). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและฤทธิ์ต้านแบคทีเรียของสารสกัดจากกากกาแฟ. ใน: การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 13. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพมหานคร. 1623-1629.

สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. 2560. มผช. 1350/2560.

สำนักงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี. ข้อมูลพรรณไม้.กาแฟ: http://www.rspg.or.th/plants_data/use/juice2-1.htm

อรณิชา ครองยุติ และ สุภัสสร วันสุทะ. (2566). ผลของสารสกัดกากกาแฟต่อการต้านอนุมูลอิสระ การยับยั้งการทํางานของแอลฟาอะไมเลสและไลเปส และการยับยั้งกระบวนการสร้างเซลล์ไขมัน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 25(1): 1623-1629. https://li01.tci-thaijo.org/ index.php/sci_ubu/article/view/256019/175982

Aglawe, S., Gayke, A., Khurde, A., Mehta, D., Mohare, T., Pangavane, A., & Kandalkar, S. (2019). Preparation and evaluation of polyherbal facial scrub. Journal of Drug Delivery and Therapeutics, 9, 61-63. http://dx.doi.org/10.22270/jddt.v9i2.2380

Chaiyawatthanananthn, P., Dechayont, B., Phuaklee, P., Ruangnoo, S., & Chunthorng-Orn, J. (2020). Anti-inflammatory and pain-relieving activities of medicinal herbs used for hot salt pot compression. Journal of Thai Traditional & Alternative Medicine, 18(3), 455-465.

Daglia, M., Cuzzoni, M.T., & Dacarro, C. (1994). Antibacterial activity of coffee: Relationship between biological activity and chemical markers. Journal of Agricultural and Food Chemistry, 42(10), 2273-2277.

Damayanti, H., Aprilliani, A., & Clarissa, D.N. (2021). Formulation of Body Scrub Cream From Extract of Arabika Green Coffee (Coffea arabica L.) as Antioxidant. Advances in Health Sciences Research, 33, 337-342. 10.2991/ahsr.k.210115.071.

Desi, E., Djamil, R., & Faizatun, F. (2021). Body scrub containing Virgin Coconut Oil, coffee grounds (Coffea arabica Linn) and carbon active coconut shell (Activated carbon Cocos nucifera L.) as a moisturiser and a skin brightener. Scripta Medica, 52, 76-81. https://doi.org/10.32345/ 2664-4738.1.2021.08

Gaur, R., & Yadav, A. (2020). A Journey from Woman to Mother: Hormonal Contribution. Asian Journal of Research and Reports in Endocrinology, 3(1), 6-11.

Rajamma, A.G., Bai, V., & Nambisan, B. (2012). Antioxidant and antibacterial activities of oleoresins isolated from nine Curcuma species. Phytopharmacology, 2(2), 312-317.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2024-05-30

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย