การใช้หลักการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อลดระยะเวลาการหยุดฉุกเฉินของเครื่องจักรในกระบวนการผลิตกระเป๋าถือกรณีศึกษา บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด

Main Article Content

Peema Pornprasert
Sutthida Karawek
Kingkarn Kittisuntaropas
Pawinyada Boonrom

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการใช้หลักการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาการหยุดฉุกเฉินของเครื่องจักรในกระบวนการผลิตกระเป๋าของ บริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด โดยเลือกศึกษาในกลุ่มเครื่องจักร 4 ชนิด ได้แก่ Cutting Machine Sewing Machine Pressing Machine และ Nearly Machine ซึ่งผลจากการจัดลำดับความรุนแรงของปัญหาด้วยเครื่องมือควบคุมภาพ พบว่าเครื่องจักรในกลุ่ม Sewing Machine เป็นเครื่องจักรที่มีความสูญเสียที่เกิดจากการหยุดฉุกเฉินมากที่สุด ผู้วิจัยจึงเลือกมาทำการปรับปรุงก่อนเป็นอันดับแรกโดยใช้แผนผังแสดงสาเหตุ และผลวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาเพื่อนามาเป็นแนวทางในการจัดทำคู่มือและแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน จากนั้นจัดอบรมพนักงาน ตลอดจนนำไปปฏิบัติตามแผนที่กำหนดไว้ ผลจากการทดลองพบว่าค่าระยะเวลาเดินเครื่องเฉลี่ย ก่อนการปรับปรุงมีค่าเฉลี่ย เพิ่มขึ้นจาก 7.42 ชม.เป็น 11.22 ชม. คิดเป็นร้อยละ 51.12 ค่าเฉลี่ยของการซ่อมแซม ก่อนและหลังการปรับปรุง มีค่าเท่าเดิม ความถี่การเสียเฉลี่ยลดลงจาก 30.25 ครั้ง เป็น 18 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 40.49 ค่าความพร้อมใช้งานของเครื่องจักรขึ้นจากร้อยละ 84.38 เป็น ร้อยละ 92.22 ค่าประสิทธิภาพโดยรวมของเครื่องจักรเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 58.15 เป็น 76.69 และอัตราการหยุดฉุกเฉินของกลุ่มเครื่องจักรลดลงจากร้อยละ 3.51 เหลือร้อยละ 2.22

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Pornprasert, P., Karawek, S., Kittisuntaropas, K., & Boonrom, P. (2017). การใช้หลักการบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อลดระยะเวลาการหยุดฉุกเฉินของเครื่องจักรในกระบวนการผลิตกระเป๋าถือกรณีศึกษา บริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด. วารสารข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหการไทย, 3(2), 15–21. สืบค้น จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/ienj/article/view/178868
ประเภทบทความ
Research and Review Article

เอกสารอ้างอิง

[1] วันชัย ริจิตนิจ. การศึกษาการทางานและกรณีศึกษา. พิมพ์ครั้งที่8. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2555.
[2] ประจวบ กล่อมจิตร. เทคนิคการเพิ่มผลผลิตในองค์กร: หลักการและตัวอย่างการปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น; 2557.
[3] สุวิทย์ ธรรมแสง. การควบคุมคุณภาพ.ขอนแก่น: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน; 2558.
[4] ยุทธ ไกยวรรณ์ และพงศ์ หรดาร. เครื่องมือควบคุมคุณภาพ 7 ชนิด (7 QC Tools). กรุงเทพ: ศูนย์ส่งเสริมกรุงเทพ; 2555.
[5] โกศล ดีศีลธรรม. การจัดการบารุงรักษาสาหรับงานอุตสาหกรรม. กรุงเทพฯ: เอ็มแอนด์อี.; 2552.
[6] อนุศักดิ์ ฉิ่นไพศาล. การบารุงรักษา. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น; 2555.
[7] วัฒนา เชียงกูล เกรียงไกร ดารงรัตน์ ดลดิษฐ์ เมืองแมน. 2557. การจัดงานบารุงรักษาด้วย Reliability. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.