การออกแบบบำรุงรักษาเชิงป้องกันเพื่อลดปริมาณคำสั่งงานโดยใช้หลัก FMEA: กรณีศึกษาบริษัทพัฒนาระบบแห่งหนึ่ง
Main Article Content
บทคัดย่อ
วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้คือการลดอัตราเฉลี่ยการเข้ามาของคำสั่งงานของปัญหาบัตรโดยสารติดขัดบริเวณประตูอัตโนมัติบนสถานีขนส่งรถไฟฟ้าที่ทำให้ผู้โดยสารไม่สามารถออกจากสถานีได้ ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้ถูกวิเคราะห์และเลือกมาดำเนินการด้วยหลักการการวิเคราะห์ข้อบกพร่องและผลกระทบร่วมกับการจัดระดับความสำคัญความเสี่ยง โดยก่อนการปรับปรุงพบว่าแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันไม่มีการกำหนดรายละเอียดขั้นตอนการตรวจสอบของเซนเซอร์และลูกกลิ้งที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดปัญหาบัตรโดยสารติดขัด อีกทั้งไม่มีการกำหนดวันในการปฏิบัติงานที่ชัดเจน งานวิจัยนี้ได้ดำเนินการกำหนดแผนการบำรุงรักษาเชิงป้องกันรายสัปดาห์ที่มีการระบุเจ้าหน้าที่แผนกซ่อมบำรุงรักษาให้ปฏิบัติงาน 4 ถึง 5 สถานีต่อวัน โดยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเซนเซอร์ด้วยวิธีการควบคุมด้วยการมองเห็น และตรวจสอบลูกกลิ้งบริเวณสกรูที่ยึดระหว่างลูกกลิ้งบนกับลูกกลิ้งล่างตามขั้นตอนปฏิบัติงานที่ได้จัดทำขึ้น ผลการดำเนินงานพบว่าอัตราเฉลี่ยการเข้ามาของคำสั่งงานของปัญหาบัตรโดยสารติดขัดบริเวณประตูอัตโนมัติบนสถานีขนส่งรถไฟฟ้าลดลงจาก 2.49 คำสั่งงานต่อวัน เหลือ 0.48 คำสั่งงานต่อวัน หรือคิดเป็นสัดส่วนคำสั่งงานที่ลดลง 80.72% ในส่วนของปัญหาบัตรโดยสารติดขัดบริเวณประตูอัตโนมัติที่ยังเหลืออยู่เป็นสาเหตุมาจากการทำงานขัดข้องของซอฟแวร์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฯ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะได้รับอนุญาต แต่ห้ามนำไปใช้เพื่่อประโยชน์ทางธุรกิจ และห้ามดัดแปลง
เอกสารอ้างอิง
Thai Railway Engineering Association. (2563). โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู, ข้อมูลจาก https://trea.or.th/news (วันที่สืบค้นข้อมูล 21 ธันวาคม 2566)
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2566). รถไฟฟ้ามหานครสายสีชมพู, ข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki (วันที่สืบค้นข้อมูล 23 ธันวาคม 2566)
Mizuno, S. (2020). Management for quality improvement: the 7 new QC tools. Productivity press.
Huang, J., You, J. X., Liu, H. C., & Song, M. S. (2020). Failure mode and effect analysis improvement: A systematic literature review and future research agenda. Reliability Engineering & System Safety, 199, 106885.)
De Backker, T., Vercammen, A., & Boute, R. N. (2024). A Data-Driven Component Risk Matrix to Assess Supply Chain Disruption Risk. Available at SSRN 5028961.
Wu, C., Pan, R., Zhao, X., & Wang, X. (2024). Designing preventive maintenance for multi-state systems with performance sharing. Reliability Engineering & System Safety, 241, 109661.
Khosravi, M., Huber, B., Decoussemaeker, A., Heer, P., & Smith, R. S. (2024). Model Predictive Control in buildings with thermal and visual comfort constraints. Energy and Buildings, 306, 113831.
Kim, D. J., Sur, J. M., & Cho, H. U. (2023). A long term expected risk estimation of maritime accidents through Markov chain approach and probabilistic risk matrix. The Asian Journal of Shipping and Logistics, 39(3), 1-12.
Nasrallah, I., Sabbah, I., Haddad, C., Ismaiil, L., Kotaich, J., Salameh, P., ... & Bawab, W. (2023). Evaluating the academic scientific laboratories' safety by applying failure mode and effect analysis (FMEA) at the public university in Lebanon. Heliyon, 9(12).