การปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสลักเพลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดเวลาในกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสลักเพลา (Pin Shaft) ในขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้าย (Final quality Inspection) โดยการออกแบบอุปกรณ์ช่วยจับยึด (Fixtures) ในการตรวจสอบคุณภาพ และได้ทำการเก็บข้อมูลวิเคราะห์ปัญหาโดยใช้แผนภูมิเหตุและผล พบว่ามีจุดที่ต้องตรวจสอบถึง 16 ตำแหน่งและบางตำแหน่งใช้เครื่องมือวัดแตกต่างกัน ซึ่งส่งผลให้ใช้เวลาในการตรวจสอบนานมาก ทางผู้วิจัยจึงได้ทำการออกแบบอุปกรณ์จับยึดเพื่อช่วยในขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพขั้นสุดท้ายจำนวน 2 อุปกรณ์ คืออุปกรณ์ที่ใช้กับไมโครมิเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้กับเวอร์เนียคาลิปเปอร์ เพื่อความรวดเร็วและความแม่นยำในการวัดแต่ละจุด จากการเปรียบเทียบเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบคุณภาพ พบว่าเวลามาตรฐานก่อนปรับปรุงเท่ากับ 211.63 วินาที และเวลามาตรฐานหลังปรับปรุงเท่ากับ 161.62 วินาที ซึ่งสามารถลดเวลาได้ 50.01 วินาที คิดเป็นสัดส่วนเท่ากับ 23.63 เปอร์เซ็นต์
Article Details
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฯ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใดๆ จะได้รับอนุญาต แต่ห้ามนำไปใช้เพื่่อประโยชน์ทางธุรกิจ และห้ามดัดแปลง
เอกสารอ้างอิง
[2] ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, SME ก้าวทันกระแสยานยนต์2561, ข้อมูลจากhttps://www. kasikornbank.com/th/business/sme/KSMEKnowledge/article/KSMEAnalysis/Documents/ThaiAutomotive4.pdf (วันที่สืบค้นข้อมูล 8 กุมภาพันธ์ 2563)
[3] วันชัย ริจิรวนิช ,การศึกษาการทำงาน หลักการและกรณีศึกษา, กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย; 2545.
[4] พิศุทธิ์ พงศ์ชัยพฤษ์, การควบคุมคุณภาพสำหรับวิศวกร, กรุงเทพฯ: ท้อป; 2558.
[5] ศุภชัย นาทะพันธ์, การควบคุมคุณภาพ, กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น; 2551.
[6] นิศากร สมสุข วรลักษณ์, จันทร์กระจ่าง และสมบัติ ทีฆทรัพย์, การออกแบบทางวิศวกรรม, วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์ ปีที่ 7 ฉบับที่ 2, 2550, หน้า 28-36.
[7] International Technology and Engineering Educators Association . Standard for Technology Literacy, 3rd edition, ITEEA, 2007.
[8] เษกสรร สิงห์ธนู, กิ่งกาญจน์ กิตติสุนทโรภาส, ภีม พรประเสริฐ, และเกียรติศักดิ์ พระเนตร, การเพิ่มประสิทธิภาพสายการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ด้วยเทคนิคการออกแบบอุปกรณ์จับยึด, เอกสารสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหการประจำปี พ.ศ.2561; 23-26 กรกฏาคม พ.ศ. 2561; โรงแรมสุนีย์แกรนด์โฮเต็ลแอนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์. อุบลราชธานี; 2561. หน้า 560-567.
[9] Ankitesh Shrivastavaand, Ajay Verma, Implementation of Improved Jigs and Fixtures in the Production of Non-Active Rotary Paddy Weeder, Science, Technology and Arts Research Journal, Vol. 5(2), 2014.pp. 152-157.
[10] Bing Li, Ying Hu, Hui Tang, Hongjian Yu and Hong Hu, A Comparative Study on Quality Design of Fixture Planning for Sheet Metal Assembly, Journal of Engineering Design, Vol 19(1), 2008. pp. 1-13.
[11] จันทร์ฑา นาควชิรตระกูล, เกษม พิพัฒน์ปัญญานุกูล, โรสมารินทร์ สุขเกษม และมโนรัตน์ จันทร์คำ, การประยุกต์หลักการ DMAIC เพื่อลดของเสียในกระบวนการผลิตชิ้นส่วนประตูเครื่องบินพาณิชย์, เอกสารสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหการประจำปี พ.ศ.2561; 23-26 กรกฏาคม พ.ศ. 2561; โรงแรมสุนีย์แกรนด์โฮเต็ลแอนด์คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์. อุบลราชธานี; 2561. หน้า 227-231.
[12] Thomas Papastathis, Marco Ryll, Stuart Bone and Svetan Ratchev, Development of a Reconfigurable Fixture for the Automated Assembly and Disassembly of High Pressure Rotors for Rolls-Royce Aero Engines, 5th IFIP WG 5.5 International Precision Assembly Seminar (IPAS 2010), 2010. pp. 283-289.
[13] Kunal Umakant Verule, K. S. Zakiuddin, P. S. Kadu and Gaurav P. Shukla, A Review Paper on Design, Analysis and Manufacturing of Fixtures for Aerospace Component, International Journal for Scientific Research & Development, Vol. 5(11), 2018. pp. 359-362.
[14] รัชต์วรรณ กาญจนปัญญาคม, การศึกษางานอุตสาหกรรม, กรุงเทพฯ: ท้อป; 2550.
[15] วัชรินทร์ สิทธิเจริญ,การออกแบบอุปกรณ์นำเจาะและจับงาน, กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์; 2558.
[16] ศุภชัย รมยานนท์, การออกแบบอุปกรณ์นำเจาะและจับงาน, กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น; 2540.
[17] วชิระ มีทอง, การออกแบบจิ๊กและฟิกซ์เจอร์, กรุงเทพฯ: สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น); 2551.
[18] Hamad Mohammed Abouhenidi, Jig and Fixture Design, International Journal of Scientific & Engineering Research, Vol 5(2), 2014.