การสำรวจการต้านอนุมูลอิสระของน้ำพริกลาบในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการสำรวจฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของพริกลาบในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง โดยใช้ วิธีการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวกมีจำนวน10 ตัวอย่าง ซึ่งน้ำพริกลาบแต่ละตัวอย่างจำนวน 100 กรัม มาวิเคราะห์หา สารต้านอนุมูลอิสระโดยวิธี DPPH, ABTS และ FRAP ตรวจสอบปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและสารประกอบฟลาโวนอยท์ทั้งหมดพบว่า ตัวอย่างน้ำพริกลาบลำดับที่ 10 จากจังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณฟีนอลและฟลาโวนอยด์สูงสุด (324.11 mg GAE / 100 g DW และ 253.31 mg CAE / 100 g DW) ได้แก่ DPPH (745.59 mg ascorbic acid / 100 g DW) พบว่ามีค่า ABTS และ FRAP สูงสุดตามลำดับจากสารสกัดหยาบจากตัวอย่างน้ำพริกลาบลำพูนลำดับที่ 6 ซึ่งมีปริมาณแอสคอร์บิกเป็น 465.04 มิลลิกรัม / 100 กรัมและ 29.51 ไมโครลิตร Fe2+ / g DW ตามลำดับ สารสกัดจากน้ำพริกลาบแต่ละชนิดมีแนวโน้มที่จะมีสารฟีนอลและฟลาโวนอยด์สูงรวมกับสารต้านอนุมูลอิสระดังนั้นจึงเป็นส่วนผสมในอาหารไทยที่มีประโยชน์ในรสชาติหรือกลิ่นหอมของเครื่องเทศเพื่อสุขภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.