การตรวจวัดปริมาณธาตุโลหะในน้ำวุ้นลูกตาและน้ำข้อเข่าด้วยเทคนิค Inductively Coupled Plasma - Mass Spectrometry เพื่อประมาณระยะเวลาหลังการเสียชีวิต
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณธาตุโลหะในน้ำวุ้นลูกตาและน้ำข้อเข่าหลังการเสียชีวิตเทียบกับระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงไป
ได้แก่ ธาตุโซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก และทองแดง เนื่องจากเป็นธาตุที่พบได้ในเซลล์ร่างกาย โดยเก็บตัวอย่างน้ำวุ้นลูกตาและตัวอย่างน้ำเลี้ยงข้อเข่า
จากหมูจำนวน 10 ตัวเนื่องจากสามารถกำหนดระยะเวลาที่เสียชีวิตได้แน่นอน ทำการทดลองภายใต้สภาพอากาศของประเทศไทยช่วงเดือนพฤษภาคม โดยเก็บตัวอย่าง
ในระยะเวลาที่แตกต่างกัน 8 ช่วงเวลา จนถึงเวลาสูงสุด 48 ชั่วโมง หลังจากหมูเสียชีวิต ตัวอย่างน้ำวุ้นลูกตาและน้ำข้อเข่า จะถูกนำมาวิเคราะห์หาปริมาณธาตุโลหะ
ด้วยเทคนิค Inductively Coupled Plasma - Mass Spectrometry (ICP-MS)
ผลการศึกษาพบว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของปริมาณธาตุโพแทสเซียม แคลเซียม และเหล็กในน้ำวุ้นลูกตาและน้ำข้อเข่าจะมีค่าเพิ่มขึ้นเมื่อระยะเวลามากขึ้น ยกเว้น
ธาตุโซเดียม ส่วนธาตุทองแดงจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในตัวอย่างน้ำวุ้นลูกตา แต่มีค่าลดลงในตัวอย่างน้ำข้อเข่า จากการหาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณธาตุในน้ำวุ้นลูกตา
และน้ำข้อเข่านั้น พบว่ามีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน จึงสามารถใช้ตัวอย่างน้ำข้อเข่าแทนตัวอย่างน้ำวุ้นลูกตาได้ การศึกษานี้สามารถนำไปประยุกต์ในงานนิติวิทยาศาสตร์
สำหรับการประมาณระยะเวลาหลังการเสียชีวิต โดยการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของโลหะตามระยะเวลาที่เปลี่ยนแปลงในน้ำวุ้นลูกตาและน้ำข้อเข่ามีแนวโน้มที่สอดคล้องกัน
สามารถเลือกใช้ประโยชน์จากตัวอย่างทั้งสองชนิดหรือใช้เป็นทางเลือกทดแทนกันได้
Article Details
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง กองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
2 ปานใจ โวหารดี. (2562). การตรวจวัดปริมาณโลหะหนักหลายชนิดในน้ำวุ้นลูกตาเพื่อใช้ในการประมาณระยะเวลาหลังการเสียชีวิต. สืบค้น 3 สิงหาคม 2562, จากhttp://www.thai-explore.net/search_detail/result/6714.
3 ภัทรฤทัย สุนทร. (2557). การประมาณเวลาเสียชีวิตของศพจากระดับอิเล็กโตรไลท์จากน้ำวุ้นลูกตา. สืบค้น 10 มีนาคม 2561, จาก http://www.thapra.lib.su.ac.th/thesis/showthesis_th.asp?id=0000011980.
4 เลี้ยง หุยประเสริฐ. (2561). ระยะเวลาการตายและการเปลี่ยนแปลงหลังตาย. สืบค้น 10 มีนาคม 2561, จาก http://www.ifm.go.th/th/ifm-book/ifm-textbook/114-lesson3.html
5 Ahi, R. S., & Garg, V. (2011). Role of vitreous potassium level in estimating postmortem interval and the factors affecting it. Journal of Clinical and Diagnostic Research, 5(1): 13-15.
6 Baniak, N., Baniak, C.G., Mulla, A.B. & Kalra, J. (2015). Vitreous Humour: A Short Review on Post-mortem Applications. J Clin Exp Pathol, 4(6): 1-7.
7 DiMaio, D., & DiMaio, V. J. (2001). Time of Death: Forensic Pathology. 2nd Edition. United States: CRC Press.
8 Garg, V., Oberoi, S., Gorea, R., & Kaur, K. (2004). Changes in the levels of vitreous potassium with increasing time since death. Journal of Indian Academy of Forensic Medicine, 26(4): 136-139.
9 Hayman, J., & Oxenham, M. (2016). Chapter 1 - Supravital Reactions in the Estimation of the Time Since Death (TSD): Human Body Decomposition. United States: Academic Press.
10 Jashnani, K. D., Kale, S. A., & Rupani, A. B. (2010). Vitreous humour: Biochemical constituentsin estimation of postmortem interval. Journal of forensic sciences, 55(6): 1523-1527.
11 Madea, B. (2013). Cadaveric Spasm: Forensic science, medicine, and pathology, 9(2): 249-250.
12 Saukko, P., & Knight, B. (2015). Knight's Forensic Pathology. 4th Edition. United States: CRC press.
13 Schaafsma G. (1988). Calcium in Extracellular Fluid: Homeostasis: Calcium in Human Biology ILSI Human Nutrition Reviews. 7 volumes. London: Springer
14 Sharp, P. (2004). The molecular basis of copper and iron interactions. Proceedings of the Nutrition Society, 63(4): 563-569.
15 Srettabunjong, S., Thongphap, W. and Chittamma, A. (2020). Urea, Uric Acid, and Creatinine in Postmortem Blood, Vitreous Humour, and Synovial Fluid: A Comparative and Correlation Study. Journal of Forensic Sciences, 65: 779-785.
16 Tumram, N. K., Bardale, R. V., & Dongre, A. P. (2011). Postmortem analysis of synovial fluid and vitreous humour for determination of death interval: a comparative study. Forensic science international, 204(1): 186-190.