การวิเคราะห์พฤติกรรมการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังอาคารเมื่อใช้วัสดุปิดผิวที่ต่างกัน โดยใช้ระเบียบวิธีของแถว
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นการวิเคราะห์การถ่ายเทความร้อนผ่านผนังกำแพงที่ได้รับผลกระทบจากการใช้วัสดุปิดผิว ที่แตกต่างกัน โดยในการวิเคราะห์จะพิจารณาผนังกำแพงที่ใช้ในการก่อสร้างอาคาร 4 ชนิด คือ อิฐมอญ คอนกรีตบล็อก คอนกรีตมวลเบาความหนาแน่น 620 กก/ลบ.ม. และ คอนกรีตมวลเบาความหนาแน่น 700 กก/ลบ.ม. จากนั้นจึงดำเนินการวิเคราะห์พฤติกรรมที่แตกต่างกันในการถ่ายเทความร้อน เมื่อใช้วัสดุปกปิดผิวที่แตกต่างกัน โดยสมการเชิงอนุพันธ์ย่อยของการถ่ายเทความร้อนจะถูกดำเนินการหาคำตอบของสมการโดยใช้ระเบียบวิธีของแถว ซึ่งงานวิจัยนี้จะทำให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้นต่อการลดความร้อนที่ผ่านเข้ามาในผนังของอาคารจากการใช้วัสดุปิดผิว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการออกแบบและการก่อสร้างอาคารต่อไปในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง กองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
Weart S. R.(2008). The discovery of global warming. Harvard University Press.
Santamouris M. (2014). On the energy impact of urban heat island and global warming on buildings. Energy and Buildings, 82: 100-113.
Kontoleon K. J. and Eumorfopoulou E. A. (2010). The effect of the orientation and proportion of a plant-covered wall layer on the thermal performance of a building zone. Building and environment, 45(5): 1287-1303.
อมลวรรณ แสนนวล, ศุทธา ศรีเผด็จ และชนินทร์ทิพโยภาส. (2559). การศึกษาการถ่ายเทความร้อนผ่านผนังอาคารกรณีศึกษา วัสดุไม้ประกอบพลาสติก.วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัย ขอนแก่น, 15(1): 161-173.
พรสวัสดิ์ พิริยะศรัทธา. (2556). ผลของมวลสารภายในต่อการถ่ายเทความร้อนผ่านหลังคา.วารสารวิ ชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 12(1): 86 – 99.
Fick A. (1855). Ueber diffusion. Annalen der Physik, 170(1): 59-86.
Crank J. (1956).The Mathematics of Diffusion.London: Oxford Clarendon Press.
Carslaw H. S. and Jager J. C. (1959).Conduction of Heat in Solids. Oxford: Clarendon Press.
Unsworth J. and Duarte F. J. (1979). Heat diffusion in a solid sphere and Fourier theory: an elementary practical example. American Journal of Physics, 47(11): 981-983.
Thambynayagam R. K. M. (2011). The Diffusion Handbook: Applied Solutions for Engineers. McGraw-Hill.
SchiesserW. E. (1991). The numerical methods of lines,San Diego.CA: Academic Press.
Schiesser W. E. (2012).The numerical method of lines: integration of partial differential equations.Elsevier.
กระทรวงพลังงาน. (2552). ประกาศกระทรวงพลังงานเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณในการออกแบบอาคารแต่ ละระบบการใช้พลังงานโดยรวมของอาคารและการใช้พลังงานหมุนเวียนในระบบต่าง ๆของอาคารพ.ศ. 2552, ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 126 ตอนพิเศษ 122 ง:21-39.
Dalgliesh A., Cornick S., Maref, W. and Mukhopadhyaya P. (2005). Hygrothermal performance of building envelopes: Uses for 2D and 1D simulation. In 10th Conference on Building Science and Technology, Ottawa: Canada.
Stenvall A., Mikkonen R. and Kovac P. (2010). Comparison of 1D, 2D and 3D quench onset simulations. Physica C:Superconductivity, 470(22): 2047-2050.
Luangwilai T. and Sidhu H. (2010). Determining critical conditions for two dimensional compost piles with air flow via numerical simulations. ANZIAM Journal, 52(1): 463-481.
Luangwilai T., Sidhu H. S., Nelson M. I., and Chen X. D. (2010). Modelling air flow and ambient temperatureeffects on the biological self‐heating of compost piles. Asia‐Pacific Journal of Chemical Engineering, 5(4): 609-618.
วิศรุต คล้ายแจ้ง และ นพรัตน์ โพธิ์ชัย. (2562). การจําลองแบบเชิงคณิตศาสตร์ของการถ่ายเทความร้อนจากผนังภายนอกสู่ผนังภายในอาคารโดยใช้วัสดุคอนกรีตมวลเบาคอรกรีตมอญและคอนกรีตบล็อก. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ, 15: 9-18.