การประเมินความเสี่ยงเชิงความน่าจะเป็นของฝนตกหนักสูงสุดในภาคใต้ของประเทศไทย: กรณีศึกษาจังหวัดระนอง
คำสำคัญ:
ความเสี่ยงอุทกภัย, ฝนสูงสุดรายวัน, การจำลองมอนติคาร์โล, จังหวัดระนอง, CMIP6บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเสี่ยงเชิงความน่าจะเป็น (Probabilistic Risk) ของเหตุการณ์
ฝนตกหนักสูงสุดรายวันในภาคใต้ของประเทศไทย โดยเลือกพื้นที่ศึกษาจังหวัดระนองซึ่งเป็นตัวแทนของพื้นที่ที่มี ความเสี่ยงภัยสูงสุด ผู้วิจัยได้นำข้อมูลปริมาณฝนจากแบบจำลองภูมิอากาศโลก CMIP6 ภายใต้ภาพฉายอนาคต SSP1-2.6 และ SSP3-7.0 ที่ผ่านการปรับแก้ความคลาดเคลื่อนด้วยวิธี Linear Scaling (LS) มาวิเคราะห์ร่วมกับการแจกแจงค่าสุดขีดแบบทั่วไป (GEV) และประยุกต์ใช้เทคนิคการจำลองมอนติคาร์โลแบบพาราเมตริกบูตสตราป (Parametric Bootstrapping Monte Carlo) จำนวน 1,000 ชุดข้อมูล เพื่อประมาณค่าความน่าจะเป็นและสร้างขอบเขตความเชื่อมั่น (Confidence Intervals) ของเหตุการณ์สุดขั้วที่อาจอยู่นอกเหนือขอบเขตของข้อมูลสถิติในอดีต ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า จังหวัดระนองมีลักษณะความเสี่ยงระดับวิกฤต (Hotspot) โดยในช่วงอนาคตระยะใกล้ (พ.ศ. 2563–2589) ภายใต้สถานการณ์ SSP3-7.0 พบว่าความน่าจะเป็นรายปีของการเกิดฝนตกหนักเกิน 300 มิลลิเมตร มีค่าสูงถึงร้อยละ 12.1 ซึ่งมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในเชิงปริมาณ เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในภูมิภาค นอกจากนี้ ยังพบการเปลี่ยนแปลงของคาบการเกิดซ้ำ (Return Period) โดยเหตุการณ์ฝนตกหนัก 400 มิลลิเมตร ซึ่งในอดีตมีโอกาสเกิดขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 100 ปี มีแนวโน้มที่จะมีความถี่สูงขึ้นจนกลายเป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุก ๆ 25 ปี ผลลัพธ์ที่ได้ถูกนำเสนอในรูปแบบแผนที่ความเสี่ยงและกราฟความน่าจะเป็น เพื่อเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับวิศวกรและนักวางแผนนโยบายในการกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานและการบริหารจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศในอนาคต อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จากการจำลองนี้เป็นการคาดการณ์ภายใต้ ข้อสมมติของแบบจำลองและพารามิเตอร์ทางสถิติที่กำหนด ซึ่งควรนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้วยความระมัดระวัง
เอกสารอ้างอิง
เทพไท ไชยทอง และกุลปราโมช ประทุมชัย, “การคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงปริมาณฝนสูงสุดรายวันในอนาคตสำหรับภาคใต้ของประเทศไทยภายใต้แบบจำลองภูมิอากาศโลก CMIP 6,” วารสารวิชาการพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, ปีที่ 35, ฉบับที่ 2, หน้า 1–18, 2568, doi: 10.14416/j.kmutnb.2024.08.013.
Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC), Climate Change 2021: The Physical Science Basis. Cambridge, U.K.: Cambridge University Press, 2021, doi: 10.1017/9781009157896.
สวรรยา ธรรมอภิพล และนิวะภร สิทธิภักดี, “การปรับตัวของเกษตรกรสวนมังคุดจังหวัดระนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรณีศึกษา: ชุมชนบ้านบกกราย ตำบลน้ำจืด อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง,” Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, ปีที่ 10, ฉบับที่ 3, หน้า 1350–1359, 2560. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Veridian-E-Journal/article/view/105175
V. Eyring et al., “Overview of the coupled model intercomparison project phase 6 (CMIP6) experimental design and organization,” Geoscientific Model Development, vol. 9, no. 5, pp. 1937–1958, May 2016, doi: 10.5194/gmd-9-1937-2016.
รวีพร นฤดีศรีอุทัย, ชูพันธุ์ ชมภูจันทร์, และเกศวรา สิทธิโชค, “การเปรียบเทียบวิธีการปรับแก้ความคลาดเคลื่อนของปริมาณฝนจากแบบจำลองภูมิอากาศโลกเพื่อประเมินปริมาณฝนภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ CMIP6,” วารสารวิศวกรรมศาสตร์และนวัตกรรม, ปีที่ 18, ฉบับที่ 2, หน้า 101–116, เม.ย.–มิ.ย. 2568. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้: https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/eng_ubu/article/view/254522
C. Teutschbein and J. Seibert, “Bias correction of regional climate model simulations for hydrological climate-change impact studies: Review and evaluation of different methods,” Journal of Hydrology, vol. 456–457, pp. 12–29, Aug. 2012, doi: 10.1016/j.jhydrol.2012.05.052.
S. Coles, An Introduction to Statistical Modeling of Extreme Values. London, U.K.: Springer-Verlag, 2001, doi: 10.1007/978-1-4471-3675-0.
J. R. M. Hosking and J. R. Wallis, Regional Frequency Analysis: An Approach Based on L-Moments. Cambridge, U.K.: Cambridge University Press, 2009, doi: 10.1017/CBO9780511529443.
D. P. Kroese, T. Taimre, and Z. I. Botev, Handbook of Monte Carlo Methods. New York, U.S.A.: John Wiley & Sons, 2011, doi: 10.1002/9781118014967.
D. S. Wilks, Statistical Methods in the Atmospheric Sciences, 4th ed. Cambridge, MA, U.S.A.: Elsevier, 2019, doi: 10.1016/C2017-0-03921-6.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
หมวดหมู่
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
- เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง กองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
- บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ หรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนายเรืออากาศ ก่อนเท่านั้น

