Optimum Ratio for Manure Fertilizer Pellets and Effects on the growth of Water Convolvulus (Ipomoea Aquatica)
Main Article Content
Abstract
The study on the production of pelleted manure from bovine (cow), bubaline (buffalo), and porcine (pig) sources aimed to determine the optimal mixing ratio for ready-made fertilizer pellets. Seven different ratios were tested using tapioca starch as a binder, and the optimal ratio for forming the pellets (manure:tapioca starch) was found to be 90:10. Analysis of the initial major plant nutrients (N-P-K) revealed the following contents: bovine manure had 0.857±0.016% N, 0.193±0.006% P, and 0.995±0.036% K; bubaline manure had 0.587±0% N, 0.866±0.006% P, and 1.156±0.008% K; and porcine manure had 0.400±0.016% N, 0.834±0.006% P, and 0.830±0.020% K, respectively. Crucially, the major nutrient content (N, P, and K) in the finished fertilizer pellets was higher than the standard criteria set by the Department of Agriculture, Ministry of Agriculture and Cooperatives. Furthermore, in testing the efficacy of the pelleted manure on water spinach growth, Formula 7 yielded the best results, with the Chinese water spinach plants achieving the highest average height of 22.5 cm, an average fresh weight of approximately 9 grams, and an average leaf count of 9.67.
Article Details

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารวารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ก่อนเท่านั้น
References
กรมวิชาการเกษตร. (2548). ปุ๋ยอินทรีย์ การผลิต การใช้ มาตรฐานและคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 1. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด: กรุงเทพฯ.
กิตติชัย โสพันทา วิชชุดา ภาโส กนกวรรณ วรดง และอนันตสิทธ์ ไชยวังราช. (2558). วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 7(2): 1-7.
ชวลิต รักษาริกรณ์, พัชรพร ปิ่นมณี, อารียา เกิดโต และสุภาพร พงศ์ธรพฤกษ์. (2564). ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากปุ๋ยหมักเปลือกกาแฟและถ่านชีวภาพ. วารสารวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. 13(18): 64-74.
เบ็ญจพร กุลนิตย์, สุจินดา ปิดตาระโส, และธนภร สิริตระกูลศักดิ์. (2565). ผลของชนิดอัตราของปุ๋ยอินทรีย์ต่อการเจริญเติบโต ผลผลิต และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสุทธิของการผลิตคะน้า. วารสารแก่นเกษตร. 49(3): 538-550.
ปิยะวัฒน์ ศรีธรรม, วิทยา อิ่มสำราญ, พิทักษ์ บุญไทย และ สุภา สีสนมาก.(2559). เครื่องผสมพร้อมกับอัดเม็ดปุ๋ยอินทรีย์. วารสารวิศวกรรมฟาร์มและเทคโนโลยีการควบคุมอัตโนมัติ. 2(2): 87-96.
พลฤทธิ์ ทองคลี่. (2562). การพัฒนาผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดผสมเชื้อราไตรโคเดอร์มา. วารสารดินและปุ๋ย. 41(1): 4 -13.
รัชนีพร สุทธิภาศิลป์ และธัญวรรณ์ ศรีเดชะกุล. (2552). การผลิตปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ดจากวัสดุเหลือใช้ทางเกษตร. วารสารวิจัยราชภัฏเชียงใหม่. 10(2): 103-108.
ร่มพฤกษ์ เพิ่มเกียรติศักดิ์, สมถวิล วัลลิสุต, พงศ์เทพ อันตะริกานนท์ และรังสิต สุวรรณมรรคา.(2557). การพัฒนาเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอินทรีย์ในระดับชุมชน. วารสารสมาคมวิจัย. 19(3): 86-99.
สำราญ วิจิตรพันธ์ และพรชัย ล้อวิลัย. (2553). ผลของปุ๋ยคอกและ/หรือปุ๋ยเคมีที่มีต่อผลผลิตและคุณค่าทางโภชนาของหญ้าเนเบียร์ยักษ์ ภายใต้การให้น้ำชลประทาน. วารสารวิจัย มข. 15(4): 271-282.