การนำมูลฝอยบริเวณสถานที่กำจัดมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่ในรูปสารปรับปรุง คุณภาพดิน กรณีศึกษาเทศบาลตำบลปริก จังหวัดสงขลา (THE UTILIZATION OF WASTE AT THE DISPOSAL SITE INTO FERTILIZATION FORMS: A CASE STUDY OF PRIK SUB-DISTRICT MUNICIPALITY, SONGKHLA PROVINCE)

ผู้แต่ง

  • นภารัตน์ ไวยเจริญ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • รอกิ มะแซ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

คำสำคัญ:

การนำกลับมาใช้ใหม่, สารปรับปรุงคุณภาพดิน, การกำจัดมูลฝอย, โลหะหนัก

บทคัดย่อ

          การศึกษาการนำมูลฝอยบริเวณสถานที่กำจัดมูลฝอยของเทศบาลตำบลปริก จังหวัดสงขลา กลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ในรูปสารปรับปรุงคุณภาพดินนั้น จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการจัดการมูลฝอยของเทศบาลตำบลปริก และทำการสุ่มตัวอย่างมูลฝอยบริเวณเทกองมูลฝอยกลางแจ้ง (Open Dumping) ที่แบ่งตามลักษณะการเทกองและอายุการทิ้งมูลฝอยที่แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ 1. 1-5 ปี 2. 6 เดือนถึง 1 ปี และ 3. น้อยกว่า 6 เดือน พบว่า เทศบาลตำบลปริกมีระบบการจัดการมูลฝอยประกอบด้วยการคัดแยกมูลฝอยระดับครัวเรือนตั้งแต่ต้นทางแหล่งกำเนิดมูลฝอยในครัวเรือน ระหว่างการเก็บขน และปลายทาง ณ สถานที่กำจัดมูลฝอย โดยเฉพาะคัดแยกมูลฝอยอินทรีย์ มูลฝอยอันตราย มูลฝอยทั่วไป และมูลฝอยรีไซเคิล มีปริมาณมูลฝอยรวมเกิดขึ้นเฉลี่ยวันละ 4-5 ตัน มีระบบการรวบรวมและการเก็บขนมูลฝอยโดยใช้รถปิคอัพ และรถไฮโดรลิคอัดท้ายเพื่อรวบรวมมูลฝอยจากชุมชนไปกำจัด ณ สถานที่เทกองกลางแจ้ง โดยขยะอินทรีย์ถูกนำไปหมักทำปุ๋ย น้ำหมักชีวภาพ และทำถ่านชีวมวล ขยะอันตรายถูกรวบรวมไว้เพื่อรอการกำจัดอย่างปลอดภัย ขยะทั่วไปนำไปเทกองกลางแจ้ง ส่วนขยะรีไซเคิลมีการคัดแยกเพื่อนำไปจำหน่าย จากผลการร่อนมูลฝอยบริเวณเทกองกลางแจ้ง 3 ช่วงอายุมูลฝอยพบว่า มีค่าความชื้นระหว่างร้อยละ 19.11-22.78 ค่าความเป็นกรด-ด่างระหว่าง 7.3-8.6 ปริมาณเถ้าระหว่างร้อยละ 61.68-74.69 บริเวณเทกองซึ่งพบขยะทั่วไปมากที่สุดเฉลี่ยร้อยละ 50.56-63.43 รองลงมาคือมูลฝอยอินทรีย์เฉลี่ยร้อยละ 30.57-40.57 ปริมาณธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน (Total N) ฟอสฟอรัส (Total P2O5) และโพแทสเซียม (total K2O) มีค่าเฉลี่ยอยู่ในช่วงร้อยละ 0.34-0.92, 1.21-1.87 และ 0.63-1.74 ตามลำดับ ปริมาณโลหะหนัก ได้แก่ ทองแดง ตะกั่ว และสารหนู เท่ากับ 93.35±2.14, 71.86±1.25 และ 3.70±0.28 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม และผลการวิเคราะห์ออกไซด์ของธาตุพบปริมาณ SiO2 มากที่สุดร้อยละ 42.85 รองลงมาเป็น CaO ร้อยละ 13.88 Fe2O3 ร้อยละ 8.19 และ Al2O3 ร้อยละ 6.97 ตามลำดับ หากพิจารณาการนำไปใช้ประโยชน์ในรูปสารปรับปรุงคุณภาพดิน มูลฝอยจากสถานที่เทกองกลางแจ้งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์ พ.ศ. 2548 สามารถร่อนและนำมูลฝอยเก่ากลับมาใช้ใหม่ในรูปการหมุนเวียนสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของพืชได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

[1] Pollution Control Department. (2016). Thailand State of Pollution Report 2016. Bangkok: Pollution Control Department, Ministry of Natural Resources and Environment.
[2] Paibun Chemphong, and Siwaphan Chuin. (2017). Solid Waste Management. Bangkok: Chulalongkorn University Press.
[3] Prik Sub-District Municipality. (2016). Publications of Prik Sub-District Municipality, Songkhla Province. n.p.
[4] Association of Official Analytical Chemists. (1990). Official Method of Analysis. Retrieved form http://www.aoac.org/aoac_prod_imis/AOAC/Publications/Official_Methods_of_Analysis
[5] National Bureau of Standards. (2017). Standard Reference Material Catalog. pp. 1986-1987. Retrieved form http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2548/00172707.PDF
[6] Department of Agriculture. (2005, November 25). Rules, procedures, and conditions for certification of standardized fertilizer production 2005. Retrieved from http://www.ratchakitcha.soc.go.th/ DATA/PDF/2548/00172707.PDF
[7] Kannika Chukan. (2011). The study of solid waste management systems, Pakkret City Municipality, Nonthaburi province. Thesis Master of Arts. Silpakorn University.
[8] Ingo Holzle. (2017, August). Contaminants in Landfill Soils-Reliability of Prefeasibility Studies. Waste Management. 63, 337-344.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2020-03-27

รูปแบบการอ้างอิง

ไวยเจริญ น. ., & มะแซ ร. . (2020). การนำมูลฝอยบริเวณสถานที่กำจัดมูลฝอยกลับมาใช้ใหม่ในรูปสารปรับปรุง คุณภาพดิน กรณีศึกษาเทศบาลตำบลปริก จังหวัดสงขลา (THE UTILIZATION OF WASTE AT THE DISPOSAL SITE INTO FERTILIZATION FORMS: A CASE STUDY OF PRIK SUB-DISTRICT MUNICIPALITY, SONGKHLA PROVINCE). วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 11(22, July-December), ุ65–77. สืบค้น จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/swujournal/article/view/240350