การส่งเสริมกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำเสียชุมชนที่มีไนโตรเจนสูง โดยเพิ่มแหล่งคาร์บอนภายนอก PROMOTE BIODEGRADATION OF HIGH CONTAMINATED NITROGEN DOMESTIC WASTEWATER BY EXTERNAL CARBON

ผู้แต่ง

  • สุวนันท์ เทศทอง ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
  • วัชรพงษ์ วาระรัมย์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
  • คณิตา ตังคณานุรักษ์ ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน
  • นพวรรณ เสมวิมล ภาควิชาวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม คณะสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน

คำสำคัญ:

น้ำเสียชุมชน, กระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพ, แหล่งคาร์บอนภายนอก

บทคัดย่อ

          ปัจจุบันจำนวนประชากรเพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีการอุปโภคและบริโภคมากขึ้น เกิดภาวะมลพิษในแหล่งน้ำ โดยเฉพาะการปนเปื้อนของไนโตรเจนที่พบมากในน้ำเสียชุมชน หากแหล่งน้ำมีปริมาณคาร์บอนไม่เพียงพอ จะทำให้เกิดกระบวนการย่อยสลายช้าลง ดังนั้นจึงต้องมีการเพิ่มแหล่งคาร์บอนให้เพียงพอเพื่อช่วยให้เกิดกระบวนการย่อยสลายเร็วขึ้น งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสัดส่วนคาร์บอนที่เหมาะสมในน้ำเสียที่มีปริมาณไนโตรเจนสูงจากน้ำเสียชุมชนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งเสริมกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพโดยใช้แหล่งคาร์บอนภายนอก ได้แก่ ซูโครสและเอทานอล ทั้งในสภาวะที่มีออกซิเจนและไร้ออกซิเจน โดยมีอัตราส่วนของ C:N ในรูปของ COD:NH3 เท่ากับ 3:1 5:1 และ 7:1 และมีระยะเวลากักเก็บเท่ากับ 24 48 72 และ 96 ชั่วโมง ตามลำดับ ผลการศึกษาพบว่า ในสภาวะที่มีออกซิเจน อัตราส่วน 5:1 โดยใช้ซูโครสเป็นแหล่งคาร์บอนที่ระยะเวลากักเก็บ 48 ชั่วโมง สามารถลดไนโตรเจนในรูปของแอมโมเนียได้สูงสุด คือ ร้อยละ 83.03 จากปริมาณเริ่มต้น 311.5 มิลลิกรัม/ลิตร ลดลงเหลือ 52.86 มิลลิกรัม/ลิตร และเมื่อมีการเติมออกซิเจนในน้ำให้เพียงพอ ซึ่งมีค่าออกซิเจนละลายมากกว่า 4 มิลลิกรัม/ลิตร ที่มีอัตราส่วนและระยะเวลากักเก็บเดียวกัน สามารถบำบัดแอมโมเนียได้ร้อยละ 100 โดยกระบวนการไนตริฟิเคชั่นที่มีการออกซิไดซ์แอมโมเนียเปลี่ยนรูปไปเป็นไนเตรตด้วยจุลินทรีย์ที่ใช้ออกซิเจน ส่งผลทำให้ไนเตรตมีค่าเพิ่มขึ้นจาก 48 มิลลิกรัม/ลิตร เป็น 355 มิลลิกรัม/ลิตร จึงบำบัดไนเตรตในสภาวะไร้ออกซิเจนต่อจากสภาวะที่มีการเติมออกซิเจนให้เพียงพอ พบว่าที่ระยะเวลากักเก็บ 48 ชั่วโมง สามารถบำบัดไนเตรตได้ร้อยละ 100 ดังนั้นจากงานวิจัยดังกล่าวจึงสามารถใช้ซูโครสเป็นแหล่งคาร์บอนภายนอกสำหรับส่งเสริมกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำที่มีไนโตรเจนสูงได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

[1] Thongchai Phansawat. (2544). Biological Nitrogen and Phosphorus Removal. Bangkok: Environmental Engineering Association of Thailand.
[2] Kiangsak Udomsinroj. (2543). Wastewater removal engineering. Bangkok. Prince of Songkla University.
[3] Walaiporn Vuthimatha. (2551). The Role of COD/Nitrate Ratio on Microbial Diversity in UASB Process. Master of Master of Engineering. (Environmental Engineering). Bangkok: Chulalongkorn University.
[4] Moore-landecker, E. (1996). Fundamentals of the fungi. 4th ed. U.S.A.: Prentice-Hall.
[5] Standard Methods. (1998). Standard Methods for the Examination of water and Wastewater. 4th ed. U.S.A.: American Public Health Association, Washington, DC.
[6] Pochana, k., & Keller, J. (1999, July). Study of factors affecting simultaneous nitrification and denitrification. Water Science and Technology, 39(6), 61-68.
[7] Rittman, B., & Langeland, W. (1985). Simultaneous denitrification with nitrification in single-channel oxidation ditches. Journal of the Water Pollution Control Federation, 57(4), 300-308.
[8] McCarty, G.W. (1999, April). Modes of action of nitrification inhibitors. Biology and Fertility of Soils, 29(1), 1-9.
[9] Bitton, G. (2005). Wastewater Microbiology. America: Wilry-Liss, Inc.
[10] Metcalf, & Eddy. (1991). Wastewater Engineering Treatment and Reuse. Boston: McGraw-Hill.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-01-13

รูปแบบการอ้างอิง

เทศทอง ส. ., วาระรัมย์ ว. ., ตังคณานุรักษ์ ค. ., & เสมวิมล น. . (2021). การส่งเสริมกระบวนการย่อยสลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำเสียชุมชนที่มีไนโตรเจนสูง โดยเพิ่มแหล่งคาร์บอนภายนอก PROMOTE BIODEGRADATION OF HIGH CONTAMINATED NITROGEN DOMESTIC WASTEWATER BY EXTERNAL CARBON. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 12(24, July-December), 211–222. สืบค้น จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/swujournal/article/view/243131