The Development of Application with Collaborative Learning in the Topic of “Exercising for Elders' Health"

Main Article Content

tanet sonphrom

Abstract

This study aims to 1) explore the elderly requirements toward application development with collaborative learning in the topic of "Exercising for Elderly Health”. From the survey of the elderly requirements toward application development with collaborative learning, the 100 voluntary respondents are 60 years old and older. The survey was obtained by using stratified random sampling method from 11 villages in Muang Sam Sip District By drawing; 2) study the quality of collaborative learning application in the topic of "Exercising for Elderly Health” from the expert in application development, contents, media, and measurement and evaluation; 3) study the learning achievement of using collaborative learning application in the topic of "Exercising for Elderly Health” by comparing pretest and posttest. The 40 elderly samples in Ban Muang Sam Sip, Ubonratchathani aged 60 years old and older were selected by drawing; 4) study the elderly satisfaction toward using collaborative learning application in the topic of "Exercising for Elderly Health” from the satisfaction assessment test by 40 elderly samples in Ban Muang Sam Sip. The basic statistic was used, which was mean and standard deviation.


            The study revealed that 1) the overall survey requirements of application development with collaborative learning in the topic of "Exercising for Elderly Health”  was in the high level ( =4.69); 2) the result of contents quality evaluation was good in general ( =4.27). The result of media quality evaluation was very good in general ( =4.62); 3)  the result of learning achievement showed that the score of posttest was higher than pretest in the significant level of .05; And 4) the overall satisfaction assessment results showed the highest levels of satisfaction in all aspects ( =4.57). And after learning together through the application Line-group, the exchange of knowledge and participation in the society of the elderly on fitness for health. As a result, the elderly have a faster and more convenient communication. Summarily, the development of application with collaborative learning in the topic of "Exercising for Elders' Health” was qualified for efficiently using as the learning material.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

How to Cite
sonphrom, tanet. (2020). The Development of Application with Collaborative Learning in the Topic of “Exercising for Elders’ Health". Journal of Technology Management Rajabhat Maha Sarakham University, 7(2), 23-36. Retrieved from https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/itm-journal/article/view/240790
Section
บทความวิจัย

References

[1] สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. (2561). รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2561, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, กรุงเทพฯ, หน้า 4-5,13.
[2] กลุ่มงานวิจัยและข้อมูล สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา. (2560). การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย (Aging society in Thailand), สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา, กรุงเทพฯ, 1-2.
[3] ณัฎร์ฐิตตา เทวาเลิศสกุล. (2559). “แนวทางการพัฒนาผู้สูงอายุจากภาระให้เป็นพลัง กรณีศึกษาเทศบาลนครรังสิต”, Veridian E-Journal, Silpakorn University, ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ และศิลปะ, ปีที่ 9 ฉบับที่ 1 (เดือนมกราคม - เมษายน): 529.
[4] สำนักสถิติพยากรณ์ สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2561). ผู้สูงอายุไทย 2560 มุมมองเสียงสะท้อนจากข้อมูลสถิติ, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, กรุงเทพฯ, หน้า 42.
[5] จิระ ชนรักสุข. (2556). การพัฒนาแอพพลิเคชั่นระบุตำแหน่งเพื่อการเรียนรู้สำหรับผู้พิการทางสายตาบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์, วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีการเรียนรู้และสื่อสารมวลชน คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, หน้า ข.
[6] ณัฐนันท์ ศิริเจริญ. (2558). “กรณีศึกษาการใช้สื่อใหม่ผ่านโซเชียลมีเดียในโทรศัพท์มือถือเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตสำหรับผู้สูงอายุกับ สมาชิกในครอบครัว ณ ประเทศนิวซีแลนด์”, Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ และศิลปะ ปีที่ 8, ฉบับที่ 3 (เดือนกันยายน - ธันวาคม): 96.
[7] พิชัย ทองดีเลิศ. (2547). การเสนอรูปแบบการเรียนรู้ร่วมกันบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรีที่มี รูปแบบการเรียนต่างกัน, วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[8] Balkcom. S. (1992). Cooperative Learning : What's it? [Online]. Available : http:www.ilt. columbia.edu/k12/livetext/docs/cooplearn.html
[9] อรพรรณ พรสีมา. (2560). โครงการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน ทฤษฎีการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมต้นแบบการเรียนรู้ทางด้านหลักทฤษฎีและแนวปฏิบัติ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
[10] สุพิน ดิษฐสกุล. (2543). “การเรียนรู้ร่วมกัน”, วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, ปีที่ 15, ฉบับที่ 2 หน้า 1-8.
[12] ศูนย์ข้อมูลประเทศไทย. (2559). จังหวัดอุบลราชธานี. [ออนไลน์]. ได้จาก: https://mukdahan.kapook.com
[13] ยุทธ ไกยวรรณ์. (2552). ออกแบบเครื่องมือวิจัย, สำนักพิมพ์บริษัท พิมพ์ดี จำกัด, กรุงเทพฯ, หน้า 61.
[14] บุญชม ศรีสะอาด. (2554). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ: สุรีวิยาสาส์น, 2554.
[15] Sudarat Yodmongkol. (2558). ADDIE Model ใน แนวคิด ทฤษฎี การจัดการนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาในอนาคต. 2558. [ออนไลน์]. ได้จาก: https://kurdakata.blogspot.com/2015/01/addie 10.html
[16] วิลัยพร ไชยสิทธิ์. (2560). การพัฒนาแอพพลิเคชั่นฝึกทักษาทางคณิตศาสตร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตสำหรับนักเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ราชบุรี, สำนักวิทยาบริการและเทคโนโลยี สารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง, หน้า 52-55.
[17] มนัญญา นาควิลัย. (2558). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความตั้งใจในการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ของผู้สูงอายุเพื่อคุณภาพชีวิต. กรณีศึกษาไลน์แอปพลิเคชัน, วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาระบบสารสนเทศทางธุรกิจ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ, หน้า ข.
[18] ณัฐฐาชล ประเสริฐสถิตย์ และณัฐชนน ทองใหม่. (2557). แอพพลิเคชันสำหรับคนรักสุขภาพ, ปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ประยุกต์ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, หน้า ข.