กระถางเพาะชำย่อยสลายได้จากขุยฉลากที่เสริมธาตุอาหารให้พืชด้วยกากกาแฟและกากถั่วเหลือง

ผู้แต่ง

  • สรวิชญ์ อินทร์จันทร์ สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว
  • สิรินารี เงินเจริญ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว

คำสำคัญ:

กระถางเพาะชำ, กากกาแฟ , กากถั่วเหลือง, ขุยฉลากกระดาษ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากระถางเพาะชำที่ย่อยสลายได้จากขุยฉลากกระดาษ (LW) เสริมธาตุอาหารให้กับพืชด้วยกากกาแฟ (CG) และกากถั่วเหลือง (SM) ขึ้นรูปกระถางเพาะชำโดยใช้กาวแป้งเปียกจากแป้งมันสำปะหลัง ผลการวิจัยพบว่าอัตราส่วนของวัสดุที่เหมาะสมต่อการขึ้นรูป คือ LW:CG เท่ากับ 50:50 LW:CG เท่ากับ 75:25 และ LW:SM เท่ากับ 75:25 ปริมาณและชนิดของวัสดุที่ผลิตเป็นกระถางเพาะชำมีผลต่อคุณสมบัติทางกายภาพ กระถางเพาะชำทุกอัตราส่วนดังกล่าวคงสภาพและมีความแข็งแรง กล่าวคือ ดัชนีแตกร่วน 0.99-1.00 อย่างไรก็ตาม LW:SM เท่ากับ 75:25 ดูดซึมน้ำได้มากที่สุด เมื่อดูดซึมน้ำให้ความคงตัวต่ำสุดและย่อยสลายได้เร็วที่สุด กากกาแฟและกากถั่วเหลืองสามารถเพิ่มธาตุอาหารให้กับพืชได้ ทั้งนี้กระถางเพาะชำจาก LW:SM เสริมธาตุอาหารให้กับพืชได้ดีกว่ากระถางเพาะชำจาก LW:CG เนื่องจากกากถั่วเหลืองเสริมไนโตรเจนได้สูงกว่ากากกาแฟ เมื่อทดสอบการใช้งานเพาะชำพืช ได้แก่ ต้นพริกขี้หนู พบว่าต้นพริกขี้หนูเจริญเติบโตได้สูงสุดใน LW:SM เท่ากับ 75:25 คือ มีน้ำหนักสด 4.45 ± 1.76 กรัม น้ำหนักแห้ง 0.44 ± 0.17 กรัม ความยาวลำต้นและความยาวราก เท่ากับ 2.12 ± 3.26 เซนติเมตร (ซม.) และ 4.42 ± 0.84 ซม. ตามลำดับ แตกต่างกับต้นพริกขี้หนูที่เพาะในกระถางเพาะชำประเภทอื่นอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) สำหรับจำนวนและขนาดของใบ สังเกตผลด้วยสายตา พบว่า ต้นพริกขี้หนูจากกระถางเพาะชำ LW:SM เท่ากับ 75:25 มีจำนวนใบมากที่สุดและขนาดของใบใหญ่ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับต้นพริกขี้หนูจากกระถางเพาะชำประเภทอื่น เป็นผลเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางกายภาพของกากถั่วเหลืองที่ย่อยสลายได้ดีทำให้ความพรุนของวัสดุในกระถางเพิ่มขึ้นมีอิทธิพลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของรากต้นพริกขี้หนูที่เพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติทางเคมีซึ่งพบว่า LW:SM เท่ากับ 75:25 นั้นมีแอมโมเนียม-ไนโตรเจน และไนเตรต-ไนโตรเจน 2% ยูเรีย-ไนโตรเจน 15% ฟอสฟอรัส 5% และโพแทสเซียม 16% ด้วย จึงสรุปได้ว่ากระถางเพาะชำจาก LW:SM เท่ากับ 75:25 ไม่เพียงย่อยสลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังช่วยเพิ่มธาตุอาหารและการเจริญเติบโตของพืช จึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับการเพาะปลูกและสิ่งแวดล้อม

เอกสารอ้างอิง

จินตนา แสงวงค์. การศึกษาการลดก๊าซเรือนกระจกจากการคัดแยกขยะครัวเรือนเพื่อการรีไซเคิลภายใต้โครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก กรณีศึกษา: โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. วารสารวิชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 2564; 19(1): 57-64.

อัญชลี อุษณาสุวรรณกุล, กัญญ์วรา ทองกระจ่าง. การใช้ประโยชน์จากกากถั่วเหลือง. อาหาร 2565; 52(1): 24-36.

สุปราณี อบเทียน, สิรินารี เงินเจริญ, ประทีป อูปแก้ว. การศึกษาความเป็นไปได้ในการผลิตวัสดุปลูกจากกากชานอ้อยและกากตะกอนระบบบำบัดน้ำเสีย. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ 2560; 12(1): 79-92.

ปิ่นประภา โสมากุล และสิรินารี เงินเจริญ. กระถางเพาะชำที่ย่อยสลายได้จากขุยฉลากกระดาษและขุยมะพร้าว. การประชุมวิชาการ ครั้งที่ 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา; 28 สิงหาคม 2563;มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ชลบุรี. 36-45.

กิตติชัย โสพันนา, วิชชุดา ภาโสม, กนกวรรณ วรดง, อนันตสิทธิ์ ไชยวังราช. การประดิษฐ์และสมบัติของกระถางชีวภาพ. SNRU Journal of Science and Technology 2558; 7(2): 1-7.

โครงการพัฒนาวิชาการ ดิน ปุ๋ย และสิ่งแวดล้อม, ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ชุดตรวจสอบปุ๋ย มก.5. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์; ม.ป.ป.

ลัดดา ทองชูช่วย, วรรัตน์ ปัตรประกร, แววบุญ แย้มแสงสังข์. การศึกษาสมบัติของเชื้อเพลิงอัดแท่งจากกากกาแฟและกากมะพร้าว. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช2565; 2(2): 55-65.

วันวิสาข์ วัฒนะพันธ์ศักดิ์, ธรรมธวัช แสงงาม, ใยไหม ช่วยหนู, ปฐมา แทนนาค, ทศพล วัฒนะพันธ์ศักดิ์. ผลของกากตะกอนเยื่อกระดาษที่มีต่อการเจริญเติบโตของไส้เดือนดินและคุณภาพปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนดิน. วิทยาศาสตร์เกษตรและการจัดการ 2566; 6(1): 79-86.

เยาวพล ชุมพล. ประสิทธิภาพของปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจากเมล็ดถั่วเหลืองและสับปะรดในการเพิ่มผลผลิตคะน้า. วารสารเกษตรพระวรุณ 2564; 18(1): 34-40.

มัทนภรณ์ ใหม่คามิ. ผลของดินผสมกากกาแฟต่อการงอกและเจริญเติบโตของผักบุ้งจีน. วารสารวิทยาศาสตร์และวิทยาศาสตร์ศึกษา 2564; 4(2): 155-163.

นุสลาวาตี จูมิง, รุสนีดา ดอเลาะ, ภานุ คะนอง และจุฑามาศ แก้วมณี. การผลิตกระถางต้นไม้ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจากกากกาแฟ ผักตบชวาและ ขุยมะพร้าว. งานประชุมวิชาการระดับชาติ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เครือข่ายสถาบัน อุดมศึกษาภาคใต้ ครั้งที่ 7 (NSCIC2022); 10-11 มีนาคม 2565; คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี. 1592-1600.

ปริยานุช จุลกะพิจิตรา แก้วสอน และปนัดดา จีนประสม. ผลของการใช้วัสดุปลูกที่มีส่วนผสมของกากกาแฟต่อการงอกและการเจริญเติบโตของต้นกล้ามะเขือเทศ. วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร 2557; 45(2)(พิเศษ): 349-352.

สุขุมาล หวานแก้ว. ปรุงดินด้วยกาแฟ ปลุกกระแสการเกษตรที่ยั่งยืน. คลังความรู้ [อินเทอร์เน็ต]. พัทลุง: 2564 [เข้าถึงเมื่อ 11 สิงหาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก https://tcd.tsu.ac.th/upload/files/1678854996_5%20สค64%20ปรุงดินด้วยกากกาแฟ%20ปลุกกระแสการเกษตรที่ยั่งยืน.pdf

รชต สินทนะโยธิน, กฤษรา กฤษณพุกต์, ลพ ภวภูตานนท์. ผลของวัสดุปักชำต่อการเกิดไรโซมและรากจากการปักชำแผ่นใบกวักมรกต. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2557; 3(1): 17-25.

ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี. ปฏิสัมพันธ์ของธาตุไนโตรเจนและโพแทสเซียมต่อการเจริญเติบโตและผลผลิตของพริกขี้หนูผลใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี. [อินเทอร์เน็ต]. กาญจนบุรี: 2557 [เข้าถึงเมื่อ 8 สิงหาคม 2567]. เข้าถึงได้จาก https://www.doa.go.th/research/attachment.php?aid=2422

จุฬาวรรณ และกาสินธ์, เสาวนุช ถาวรพฤกษ์, ณัฐพล จิตมาตย์. การคาดคะเนอัตราปุ๋ยไนโตรเจนสำหรับพริกขี้หนูเม็ดใหญ่ (Capsicum frutescens Linn.) โดยใช้ DSSAT. วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร 2560; 48(3): 389-402.

จักรชัยวัฒน์ กาวีวงศ์, เมธี วรรณชัย, จำเนียร มีสำลี.การตอบสนองต่อปุ๋ยไนโตรเจนของพริกที่ปลูกในดินเนื้อปานกลาง.วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2562; 27(4): 717-725.

Mahmud K, Hossain T, Mou TH, Ali A, Islam M. Effect of nitrogen on growth and yield of chili (Capsicum annuum L.) in roof top garden. Turkish Journal of Agriculture-Food Science and Technology 2020;8(1): 246-51.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

12/29/2025

รูปแบบการอ้างอิง

[1]
อินทร์จันทร์ ส. . และ เงินเจริญ ส., “กระถางเพาะชำย่อยสลายได้จากขุยฉลากที่เสริมธาตุอาหารให้พืชด้วยกากกาแฟและกากถั่วเหลือง”, UTK RESEARCH JOURNAL, ปี 19, ฉบับที่ 2, น. 23–29, ธ.ค. 2025.

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย