การปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตเครื่องตีก๊อปปี้ด้วยหลัก ECRS และการลดกำลังคน
คำสำคัญ:
กระบวนการทำงาน, เครื่องตีก๊อปปี้, การลดจำนวนพนักงาน, การปรับปรุงประสิทธิภาพ, การบริหารการผลิตบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานในสายการผลิตเครื่องตีก๊อปปี้ของบริษัท พี.เจ.ชลบุรี พาราวู้ด จำกัด โดยใช้แนวคิดการปรับปรุงกระบวนการทำงานตามหลัก ECRS (Eliminate, Combine, Rearrange, Simplify) ควบคู่กับการวิเคราะห์ปัญหาด้วยเครื่องมือ 5W1H และการจับเวลาเชิงกระบวนการ เพื่อปรับลำดับการทำงานของแรงงานให้เหมาะสมกับการใช้เครื่องจักร การออกแบบการทดลองใช้วิธีเปรียบเทียบก่อนและหลังการปรับปรุง ภายใต้สภาวะการผลิตจริง โดยเก็บข้อมูลระหว่างเดือนพฤษภาคม–กันยายน พ.ศ. 2568 และดำเนินการเก็บข้อมูลซ้ำ 5 รอบในแต่ละสภาวะการผลิต จากนั้นจึงปรับลดจำนวนพนักงานจาก 5 คน เหลือ 3 คน พร้อมปรับผังการทำงานและลำดับการปฏิบัติงานให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น ผลการทดลองพบว่า ค่าแรงรวมต่อชั่วโมงลดลงจาก 250 บาท เหลือ 150 บาท (ลดลงร้อยละ 40) และค่าแรงต่อชิ้นลดลงจาก 0.1515 บาท เหลือ 0.1047 บาท (ลดลงร้อยละ 30.89) ขณะที่ผลผลิตเฉลี่ยต่อชั่วโมงลดลงจาก 1,650.07 ชิ้น เหลือ 1,432.39 ชิ้น (ลดลงร้อยละ 13.19) ซึ่งยังอยู่ในเกณฑ์เป้าหมายของโรงงานที่ 1,300-1,350 ชิ้นต่อชั่วโมง การปรับปรุงดังกล่าวช่วยลดเวลารอคอยและการเคลื่อนไหวซ้ำซ้อนของพนักงาน ส่งผลให้การใช้แรงงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและต้นทุนแรงงานต่อหน่วยลดลง โดยยังคงรักษาระดับผลผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ สะท้อนให้เห็นว่าการจัดสรรทรัพยากรบุคคลและการออกแบบกระบวนการทำงานอย่างเหมาะสมสามารถยกระดับประสิทธิภาพองค์กรและความยั่งยืนของการผลิต
เอกสารอ้างอิง
Budiono HD, Nurcahyo R, Habiburrahman M. Relationship Between Manufacturing Complexity, Strategy, and Performance of Manufacturing Industries in Indonesia. Heliyon 2021; 7: e07225.
Purwoko P, Hasan ZB. Impact of Innovation Leadership on Supply Chain Efficiency: The Role of Process Improvement. Jurnal Manajemen Bisnis. 2023; 14(2): 257-273
Kliment M, Trebuna P, Pekarcikova M, Straka M, Trojan J, Duda R. Production Efficiency Evaluation and Products’ Quality Improvement Using Simulation. International Journal of Simulation Modelling 2020; 19(3): 470-481.
Jawjit S, Jawjit W, Pibul P, Wongcharee S, Suwannahong K. Enhancing the Sustainability of the Sawn Rubberwood Industry through Resource-Efficient and Cleaner Production Approaches. Journal of Cleaner Production 2024; 497(1): 143913.
Taher MA, Al Bashar M. The Impact of Lean Manufacturing Concepts on Industrial Processes’ Efficiency and Waste Reduction. International Journal of Progressive Research in Engineering Management and Science 2024; 4(6): 338-349.
Rahmanasari D, Sutopo W, Rohani JM. Implementation of Lean Manufacturing Process to Reduce Waste: A Case Study. IOP Conference Series: Materials Science and Engineering 2021; 1096(1): 012006.
Knop K. Analysing the Machines Working Time Utilization for Improvement Purposes. Production Engineering Archives 2021; 27(2): 137-147.
Habanik J, Martosova A, Letkova N. The Impact of Managerial Decision-Making on Employee Motivation in Manufacturing Companies. Journal of Competitiveness 2020; 12(2): 38-50.
Arunagiri P, Gnanavelbabu A. Identification of Major Lean Production Waste in Automobile Industries Using Weighted Average Method. Procedia Engineering 2014; 97: 2167-2175.
Gapp T, Neubauer R, Ficko A. Increased Line Efficiency by Improved Work Methods Using Time Study. Procedia Manufacturing 2015; 2: 716-721.
Schachter HL. The Role Played by Frederick Taylor in the Rise of the Academic Management Fields. Journal of Management History 2010; 16(4): 437-448.
Gilbreth FB, Gilbreth LM. Motion Study: A Method for Increasing the Efficiency of the Workman. New York: D. Van Nostrand Company; 1911.
Womack JP, Jones DT. Lean Thinking: Banish Waste and Create Wealth in Your Corporation. New York: Free Press, Simon & Schuster Inc.; 1996.
Yamamoto K, Milstead M, Lloyd R. A Review of the Development of Lean Manufacturing and Related Lean Practices: The Case of Toyota Production System and Managerial Thinking. International Management Review 2019; 15(2): 21-40
Mortada A, Soulhi A. Improvement of Assembly Line Efficiency by Using Lean Manufacturing Tools and Line Balancing Techniques. Advances in Science and Technology Research Journal 2023; 17(4): 89-10
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
เวอร์ชัน
- 06/30/2026 (2)
- 06/30/2026 (1)
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารวิจัย มทร. กรุงเทพ

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
กองบรรณาธิการวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีความยินดีที่จะรับบทความจากอาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ในสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้แก่ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสาขาต่างๆ ที่มีการบูรณาการข้ามศาสตร์ที่เกี่ยวข้องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่เขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ซึ่งผลงานวิชาการที่ส่งมาขอตีพิมพ์ต้องไม่เคยเผยแพร่ในสิ่งพิมพ์อื่นใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของวารสารอื่น
การละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งบทความโดยตรง บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ต้องผ่านการพิจารณากลั่นกรองคุณภาพจากผู้ทรงคุณวุฒิและได้รับความเห็นชอบจากกองบรรณาธิการ
ข้อความที่ปรากฏอยู่ในแต่ละบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการเล่มนี้ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพแต่อย่างใด ความรับผิดชอบด้านเนื้อหาและการตรวจร่างบทความแต่ละบทความเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะต้องรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหา หรือข้อคิดเห็นใดๆ ของบทความในวารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร