ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียต่อ ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะของสตรีตั้งครรภ์

ผู้แต่ง

  • กนกพร นทีธนสมบัติ สาขาวิชาการพยาบาลแม่และเด็ก คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ

คำสำคัญ:

โปรแกรมการให้ความรู้, มัลติมีเดีย, การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ, สตรีตั้งครรภ์

บทคัดย่อ

การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเป็นการติดเชื้อที่พบบ่อยในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์  งานวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความรู้  ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวระหว่างสตรีตั้งครรภ์ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียฯ และ เปรียบเทียบความรู้  ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวระหว่างกลุ่มทดลอง และกลุ่มควบคุม  กลุ่มตัวอย่าง คือ สตรีตั้งครรภ์ 6-20 สัปดาห์  กลุ่มทดลอง 25 คน และกลุ่มควบคุม  25 คน  เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย  1. โปรแกรมการให้ความรู้ฯในรูปแบบคลิปวิดีโออนิเมชั่น ประมาณ  10 นาที  จากนั้นสาธิตการทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์กับโมเดลอวัยวะสืบพันธุ์สตรี และสาธิตย้อนกลับประมาณ 10 นาที  และ 2 สัปดาห์ต่อมาส่งข้อมูลความรู้และการปฏิบัติตัวในลักษณะอินโฟกราฟิก ผ่าน application line 2. แบบประเมินความรู้ 3. แบบประเมินทัศนคติ และ 4. แบบประเมินการปฏิบัติตัว  เครื่องมือวิจัยได้ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ได้ IOC = 0.92  ค่าความเชื่อมั่นแบบประเมินความรู้ (KR 20 = 0.70)  ได้ค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) ของแบบประเมินทัศนคติ 0.90  และแบบประเมินการปฏิบัติตัว 0.65  วิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงทดสอบ Wilcoxon Signed Ranks Test  และ Mann-Whitney U Test เนื่องจากข้อมูลมีการกระจายแบบไม่ปกติ  ผลการวิจัยพบว่าหลังได้รับโปรแกรมฯ กลุ่มทดลองมีคะแนนความรู้ (M=9.80, SD=0.41)  ทัศนคติ (M=49.20, SD=1.22)  และ การปฏิบัติตัว (M=17.84, SD=1.77) สูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ (p<.001) กลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม มีคะแนนความรู้  ทัศนคติ และการปฏิบัติตัว ไม่แตกต่างกัน (p=0.686, p=0.123, p=0.411) ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันการใช้สมาร์ทโฟน และ/หรืออุปกรณ์สื่อสารมีมากยิ่งขึ้น โปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียสามารถนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเพื่อการดูแลสุขภาพให้ดีขึ้นได้

เอกสารอ้างอิง

Johnson CY, Rocheleau CM, Howley MM, Chiu SK, Arnold KE, Ailes EC, National Birth Defects Prevention Study. Characteristics of women with urinary tract infection in pregnancy. J Women Health (Larchmt) 2021;30(11): 1556-64

The American College of Obstetricians and Gynecologists. Urinary tract infections in pregnant individuals. Obstet Gynecol 2023;142(2): 435-45.

Tavakoly Sany SB, Eslami V, Lael-Monfared E, Ghavami V, Peyman N. Effect of an educational intervention based on self-efficacy theory and health literacy skills on preventive behaviors of urinary tract infection in pregnant women: a quasi-experimental study. PLOS ONE 2024;19(8): e0306558.

Platte Raisa O, Reynolds K. Urinary tract infections in pregnancy. [Internet] 2021. [cited 2022 November 18]. Available from: https://emedicine.medscape.com/article/452604overview.

Zanaj V, Vogli K, Urinary Tract Infection and Nursing Care. Interdiscip J Res Dev 2020;9(4): 23-33.

El-bana HM, Ali HA. Effect of an educational intervention on pregnant women’s knowledge and self-care practices regarding urinary tract infection. EBNR 2020;2(4):182-92.

Sundas A, Azhar S, Ahmed J, Chaudhry B, Gajdacs M, Jamshed S. Knowledge, attitudes and practices of pregnant women regarding urinary tract infections living in peripheral areas of Pakistan: a questionnaire-based cross-sectional study. Clin Epidemiol Glob Health 2024; 28: 101591

Rajane dos Santos K, Sodre D, Barros Galvao C, Leite Carvalho W, Sousa Penha J, Silva Lima C, et al. Nursing care to pregnant women with urinary tract infection during prenatal care. IJDR 2022;12(11): 60294-98.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สรุปรายงานการป่วย ปี พ.ศ. 2566. [อินเทอร์เน็ต]. 2566.[เข้าถึง เมื่อ 20 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2024/11/ill_2023_full_07112567.pdf

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. สรุปรายงานการป่วย ปี พ.ศ. 2567. [อินเทอร์เน็ต]. 2567. [เข้าถึง เมื่อ 20 ตุลาคม 2568] เข้าถึงได้จาก: https://spd.moph.go.th/wp-content/uploads/2025/08/ill_2024_full_18082568.pdf

ณัฐวิชญ์ ชุนสาย. การประเมินประสิทธิภาพการใช้แถบทดสอบสารเคมีในปัสสาวะเปรียบเทียบกับการเพาะเชื้อในปัสสาวะเพื่อการตรวจวินิจฉัยการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลสมุทรปราการ ในประกาศคณะกรรมการประเมินผลบุคคล. [อินเทอร์เน็ต] 2566. [เข้าถึง เมื่อ 22 ตุลาคม 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://smpkhos.go.th/job/P2783159.pdf

กนกพร นทีธนสมบัติ. รายงานผลการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โครงการปฏิบัติการพยาบาลในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางการพยาบาล ปี 2565. สมุทรปราการ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ; 2565.

กนกพร นทีธนสมบัติ. รายงานผลการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โครงการปฏิบัติการพยาบาลในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางการพยาบาล ปี 2566. สมุทรปราการ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ; 2566.

กนกพร นทีธนสมบัติ. รายงานผลการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ โครงการปฏิบัติการพยาบาลในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางการพยาบาล ปี 2567. สมุทรปราการ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ; 2567.

World Health Organization. Health education: theoretical concepts, effective strategies and core competencies. [Internet] 2012. [cited 2025 August 10] Available from: emrpub_2012_en_1362%20(1)%20%20concept%20KAP.pdf

Cohen J. Some issues in power analysis in Cohen J., editor. Statistical power analysis for the behavioral science. 2nd edition. Hillsdale: Lawrence Erlbaum Associates, Inc.; 1988. p.531-42.

Abdul Samat N, Hashim H, Yunus M. (2019) Live Streaming: A New Platform for ESL Learning. Creative Education, 2019;10:2899-906.

ทวารัตน์ พรหมเมศ, อรวรรณ จันทร์เต็ม, กิตติพร เนาว์สุวรรณ, นภชา สิงห์วีรธรรม. ผลการให้ความรู้แบบออนไลน์และแบบปกติในโรงเรียนพ่อแม่ต่อความรู้และการดูแลตนเองในหญิงตั้งครรภ์แรก. วารสาร วพบ.สร. 2565;12(1):122-35.

สุรางรัตน์ โฆษิตธนสาร, วิไลลักษณ์ ปิยะวัฒนพงษ์, นงลักษณ์ แสนกิจตะ, อภัสรา มาประจักษ์. ประสิทธิผลของโปรแกรมการสอนโรงเรียนพ่อแม่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในหญิงตั้งครรภ์แรก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น. วารสารศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น 2564;13(1):75-87.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-21

รูปแบบการอ้างอิง

นทีธนสมบัติ ก. (2026). ผลของโปรแกรมการให้ความรู้ผ่านสื่อมัลติมีเดียต่อ ความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะของสตรีตั้งครรภ์. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, 12(2), 14–25. สืบค้น จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/scihcu/article/view/266301

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย