การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชท้องถิ่น โดยประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ ECO Printing สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

Main Article Content

พชรวรรณ มาฎารักษ์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์์จากพืชท้องถิ่น โดยประยุกต์์ใช้แนวทางการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-Based Solutions: NbS) ร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้แบบ ECO Printing เพื่อเชื่อมโยงเนื้อหาวิชาเคมีกับบริบทสิ่งแวดล้อมจริง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเรณูนครวิทยานุกูล จังหวัดนครพนม จำนวน 21 คน ดำเนินการวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ 1) ศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้โดยใช้ ECO Printing ร่วมกับแนวคิด NbS 2) พัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้้ จำนวน 4 ชุด ตามวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้้น และ 3) นำชุดกิจกรรมไปใช้จัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทงการเรียนแบบปรนัย 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และแบบสอบถามความตระหนักเกี่ยวกับการอนุรักษ์พืช ท้องถิ่น แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ One-Sample t-test


ผลการวิจัยพบว่า ชุดกิจกรรมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด และมีประสิทธิภาพเท่ากับ 89.12/88.25 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความตระหนักด้านการอนุรักษ์พืชท้องถิ่นอยู่่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่า ชุดกิจกรรมที่พัฒนาขึ้้น สามารถส่งเสริมการเรียนรู้ทางเคมีควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
มาฎารักษ์ พ. (2026). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชท้องถิ่น โดยประยุกต์ใช้แนวทางการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐานร่วมกับกิจกรรมการเรียนรู้ แบบ ECO Printing สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. คุรุสภาวิทยาจารย์, 7(2), 104–122. สืบค้น จาก https://ph02.tci-thaijo.org/index.php/withayajarnjournal/article/view/256732
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ. (2565). Nature-Based Solutions: Opportunities and Challenges for Scaling Up. SDG Move. https://www.sdgmove.com/2022/12/22/unep-report-nature-based-solutions/

ธมลวรรณ เศรษฐหิรัญกุล และ ชลาธิป สมาหิโต. (2562). การจัดประสบการณ์การเรียนรู้แบบสะเต็มศึกษา เรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่น จังหวัดนนทบุรี เพื่อพัฒนาความคิดสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 12(1), 99-109.

เยาวพา นันต๊ะภูมิ, ยุุทธนา ชัยเจริญ และ อโนดาษ์ รัชเวทย์. (2563). การจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่บูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นตามกรอบแนวคิดวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนามโนมติทางวิทยาศาสตร์สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. ศึกษาศาสตร์สาร, 4(3), 15-28.

อโนดาษ์ รัชเวทย์. (2562). การวิจัยเชิงปฏิบัติการการเรียนวิทยาศาสตร์ตามกรอบแนวคิดสะเต็มศึกษา โดยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. วารสารบัณฑิตวิจัย, 10(1), 41-55.

Amaliyah, K. (2024). Exploration of Creativity Through Project-Based Learning in Eco-Printing Activities. Cakrawala Pendidikan.

Guilford. (1967). Factor that Aid and Hinder Hreative (3rd ed). New York: McGraw-Hill.

Hasanah, S. M., Alifa, F. N., Rahayu, S., Sulistina, O., & Alsulami, N. M. (2024). Exploration of the Manufacturing Process and Selection Method of Natural Dyes in Eco-Print: Ethnoscience Implications in Chemistry Learning. Jurnal of Science Learning, 7(3), 204-212.

Hsu, C. H. (2025). Outdoor Environmental Education as a Nature-Based Solution for "Education" and "Environment": a New Conceptual Framework and its Pilot Application in a Coastal Community Case Study in Taiwan. Journal of Coastal Conversation, 29(1), 13.

Lo. (2024). Eco-Printing Enhances Creativity, Environmental Stewardship, and Problem-Solving Abilities. In Ethnoscience-Based Chemistry Learning.

Nugroho, A. S., Sumardjoko, B., ßDesstya, A., Minsih, & Choiriyah. (2023). Strengthening the character of caring for the environment in elementary schools through ecoprint artwork. International Journal of Elementary Education, 7(3), 394-402.

Sumiati, S. (2024). Teaching Creative and Environmentally Friendly Ecoprint to Early Childhood Education Students in Katingan Kuala District, Katingan Regency. Jurnal Ilmiah Kanderang Tingang, 15(1), 186-193.