การพัฒนารูปแบบการสอน CITEP เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการคิด เรื่อง การประยุกต์วงจรไฟฟ้าแสงสว่าง กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ สำหรับผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการสอน CITEP 2) ศึกษาผลการพัฒนาความสามารถในการคิดของผู้เรียน และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อรูปแบบการสอน การดำเนินการวิจัย ประกอบด้วย ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการสอน เป็นการศึกษาข้อมูลพื้นฐานและพัฒนารูปแบบการสอน CITEP แล้ว ให้ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความเหมาะสมของรููปแบบการสอน ด้วยแบบตรวจสอบความเหมาะสม วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงบรรยาย ระยะที่ 2 การจัดการเรียนการสอนตามรูปแบบการสอน กลุ่ม เป้าหมาย คือ ผู้เรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 32 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ และ 2) แบบทดสอบความรู้ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาประสิทธิภาพของรูปแบบ (E1/E2) การทดสอบค่าเฉลี่ยของกลุ่ม เป้าหมาย 1 กลุ่ม (One Sample t-Test) และระยะที่ 3 การศึกษาความพึงพอใจที่มีต่อรูปแบบการสอน ด้วยแบบสอบถามความพึงพอใจกับกลุ่ม เป้าหมาย วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงบรรยาย
ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการสอน CITEP ประกอบด้วย หลักการและแนวคิด เป้าหมายกระบวนการสอน การวัดและการประเมินผลรูปแบบการสอนมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารคุรุสภาวิทยาจารย์ ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการคุรุสภาวารสารไม่จาเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารคุรุสภาวิทยาจารย์ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารคุรุสภาวิทยาจารย์ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนาทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทาการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรณ์จากวารสารคุรุสภาวิทยาจารย์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จุราภรณ์ ปฐมวงษ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้เชิงรุุก (Active Learning) เพื่อส่งเสริมทักษะการพูด สนทนาภาษาอังกฤษ สำหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารการพัฒนาการเรียนรู้สมัยใหม่, 7(4), 143-159.
ชยพัทธ์ นาคกุลบุตร. (2564). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และความคิดสร้างสรรค์ โดยการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบสะเต็มศึกษา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยบูรพา.
ณัชชา อินทร์รักษา, ธิติพร จิกจักร์, ตะวัน ทองสุข และ ทิพย์อุบล ทิพเลิศ. (2568). การพัฒนาความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบปัญหาเป็นฐาน. วารสารคุรุสภาวิทยาจารย์, 6(2), 19-31.
ทิศนา แขมมณี. (2567). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 23) กรุุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประกาศ เรื่อง แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13. (2565, 1 พฤศจิกายน) ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 139 ตอนพิเศษ 258 ง หน้า 1-143.
ประกาศ เรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580). (2561, 13 ตุ ุลาคม) ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 135 ตอนพิเศษ 82 ก หน้า 1-71.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542, 19 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 116 ตอนที่ 74 ก หน้า 1-23.
สมนึก กำลังเดช. (2566). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อส่่งเสริมการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์ สำหรับผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579 (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุุงเทพฯ: บริษัท พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2567). การจัดการเรียนรู้เชิงรุกฐานสมรรถนะ: การเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของสถานศึกษา. กรุุงเทพฯ: อีเลฟเว่น สตาร์อินเตอร์เทรด.
Joyce, B., Weil, M., & Calhoun, E. (2004). Models of Teaching. Boston: Allyn and Bacon.
UNESCO. (2024). The Sustainable Development Goals Report 2024. https://unstats.un.org/sdgs/report/2024